5 สถานที่เที่ยว ทางธรรมชาติ มาบรรเทา พักดวงใจกันที่เวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม เวียดนามพอเพียงพูดถึงชื่อนี้แล้วหลังจากนั้นก็จำเป็นที่จะต้องคิดถึงความยุติธรรมชาติบรรยากาศดีๆอย่างแน่นอน แถมความโชคดีของชาวไทยเลยที่ประเทศนี้อยู่ไม่ไกล ก็เลยทำให้มัธยัสถ์ค่าพาหนะไปได้มากมายเลยหนเีดยว วันนี้เราจะมาชี้แนะสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติเวียดนาม ที่บอกเลยว่าดี๊ดีมากเลยทีเดียวค่ะ เริ่มอยากทราบแล้วใช่ไหมค่ะว่ามีที่แห่งไหนบ้างถ้าต้องการรู้ตามกันมาเลยนะ!
1. อุทยานแห่งชาติบาเบ๋
(Ba Be National Park)
อุทยานแห่งนี้ไม่ค่อยมีชื่อสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากสักเท่าไหร่ ผู้ที่รู้จักอุทยานที่นี้ส่วนมากก็จะเป็นนักเดินทางกลุ่มเล็กๆอุทยานที่นี้บอกเลยนะว่าเป็นสถานที่ที่คนที่ชอบพอความเงียบสงบควรจะมามหาศาล อุทยานที่นี้เต็มไปด้วยความสงบและก็ยังมีอากาศที่บริสุทธิ์ ในสวนก็จะเต็มไปด้วยน้ำตกถ้ำภูเขาหินปูนแล้วก็ทะเลสาบที่มีความยาวมากยิ่งกว่า 8 กม. น่าสนใจไหมละคะ
2. น้ำตกบ่านซก
(Ban Gioc Waterfall)
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าน้ำตกเต๋อเทียน (Detian Falls) เป็นน้ำตกที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลกมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกรองมาจาก น้ำตกไนแอการา น้ำตกวิกตอเรีย แล้วก็น้ำตกอีกวาซู บอกให้ว่าเป็นน้ำตกที่งดงามที่สุดเลยค่ะค่ะไม่แปลกใจเลยที่มีความงดงามเป็นอันดับ เที่ยวเวียดนาม 4 ของโลก ทั้งทิวทัศน์ทิวภาพของน้ำตกนั้นจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลอีกด้วย เลยมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยละขา
3. น้ำตกดาตันลา
(Datanla Waterfall)
เป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติแห่งหนึ่งของเมืองแก้ว ที่เกิดขึ้นมาจากเทือกเขาหินอ่อนเป็นน้ำตกที่ไม่ได้ใหญ่มากสูงโดยประมาณ 20 เมตร แต่บอกเลยค่ะว่าที่นี่มีความสวยสดงดงามมากมายๆแถมตัวน้ำตกก็ยังมีหลายชั้นอีกด้วย
4. วังหมีเซิน
(My Son Sanctuary)
ปราสาทแห่งนี้เป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่มีความจำเป็นลำดับแรกๆของอาณาจักรจามขว้าง จัดเป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดูที่โบราณและก็บริบูรณ์ที่สุดในอินโดจีน มีพระราชวังทั้งหมด 73 หลัง แต่ว่าในปัจจุบันนี้โบราณสถานจำนวนไม่ใช่น้อยได้ถูกทำลายไปด้วยเหตุว่าในช่วงการศึกเวียดนามทหารเวียดนามนั้นได้ใช้พระราชวังเป็นกองทัพแล้วหลังจากนั้นก็ถูกทำลายจำนวนไม่ใช่น้อย จึงทำให้ปัจจุบันนี้นั้นเหลือพระราชวังเพียงแต่ 22 หลังเท่านั้นเองจ้ะ
5. พระราชวังเว้
(Complex of Hue Monuments)
แต่ก่อนเว้นั้นเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามในเมื่อตอน 400 ทัวร์เวียดนามราคาถูก ปีที่แล้ว ซึ่งวังที่นี้ได้รับอิทธิพลมาจากจีนเพราะถูกดูแลโดยจีนมานานนับพันปี ก็เลยทำให้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีน ที่ถูกออกแบบให้มีกำแพงโอบล้อมถึง 3 ชั้นโดยชั้นในสุดก็คือ ตือกามแทงห์ หรือนครต้องห้ามของจักรพัตราธิราชนั่นเอง เป็นสถานที่ที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าที่ไหนเลยจำเป็นต้องลองเที่ยวกันดูนะทุกคน

4 พิพิธภัณฑสถานของกิน ที่น่าท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี จำต้องทดลอง!!

เที่ยวเกาหลี ใครที่เป็นสายของกินประเทศเกาหลีหรือประทับใจรสของกินเกาหลีแล้วละก็ คุณจำเป็นจะต้องรู้จักประวัติความเป็นมาของของกินของประเทศเกาหลีด้วย วันนี้พวกเราจึงจะพาคุณมารู้จะสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีที่เป็นพิพิธภัณฑสถานของกิน ซึ่งพิพิธภัณฑ์อาหารในเกาหลีนั้นก็จะมีนานาประการอย่าง ที่จะแสดงประวัติความเป็นมาของของกินแต่ละจำพวกว่าเป็นอย่างไร เรามาดูกันเลยว่ามีพิพิธภัณฑสถานของกินอะไรในเกาหลี ตามมาเลยจ้ะ

1. พิพิธภัณฑ์กิมจิ
Museum Kimchikan
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่แสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของกิมจิ ไม่ว่าจะเป็นภาชนะเครื่องครัวแบบเริ่มแรก วัตถุดิบที่ใช้ในการทำกิมจิแบบสมัยเก่าจนกระทั่งสมัยนี้ หรือวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับการดองกิมจิว่าควรจะทำยังไง ต่อให้ความต่างอาหารสิ่งในแต่ละฤดูหรือภูมิภาคก็จะต่างกัน ซึ่งกิมจินั้นเป็นอาหารประจำชาติของเกาหลีตั้งแต่ในสมัยก่อนจนกระทั่งปัจจุบันนี้ รวมทั้งเป็นของกินที่ทุกคนก็รู้จักกันอย่างดีเยี่ยม
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดทำการ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : คนแก่อายุ 17 ปีขึ้นไป 5,000 วอน / กลุ่ม 4,000 วอน
เด็กรวมทั้งวัยรุ่นอายุ 8-17 ปี 3,000 วอน / กลุ่ม 2,000 วอน
เด็กอายุ 6 ทัวร์เกาหลีราคาถูก ปี 2,000 วอน / กลุ่ม 1,000 วอน (เด็กแบเบาะและก็ผู้สูงวัยเข้าชมฟรี)

2. พิพิธภัณฑสถานแป้งต๊อก
Tteok Museum
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดโชว์นิทรรศการเครื่องครัวเก่าสไตล์ประเทศเกาหลีที่หาได้ยากมากมายก่ายกอง ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์จะจัดกิจกรรมให้ผู้ที่พอใจได้ร่วม ทำให้มีประสบการณ์สำหรับการทำกับข้าวซึ่งจะแบ่งเป็นโปรแกรมต่างๆทางเจ้าหน้าที่ก็จะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ทําแป้งต๊อกแล้วก็เครื่องมือสำหรับในการทำแต่ว่าในละยุคสมัย รวมทั้งจะให้คุณทำแป้งต๊อกขึ้นมาด้วยความสามารถของตนเอง หากคุณมาที่นี่แล้วนอกจากจะได้ความรู้เรื่องรู้ราวเป็นไปมา ก็ยังได้เห็นหน้าตาของแป้งต๊อกในแต่ละยุคแต่ละยุคอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดทำ : วันปีใหม่ประเทศเกาหลีและก็วันชูซอก
ค่าเข้าชม : ตั๋วเฉพาะบุคคล-ผู้ใหญ่ 3,000 วอน / เด็กนักเรียน 2,000 วอน
ตั๋วกลุ่ม-ผู้ใหญ่ 2,000 วอน / เด็กนักเรียน 1,000 วอน
กลุ่มต้องมีปริมาณ 20 ขึ้นไป และแม้สำรองชื่อออนไลน์ล่วงหน้า ฟรีค่าไกด์แนะนำ

3. พิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลต
Chocolate Museum
คุณรู้หรือไม่ว่าพิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลตที่ประเทศเกาหลีที่นี้มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของโลกด้วยนะ ข้างในนั้นก็มีการจัดแสดงรวมทั้งภูมิหลังของช็อกโกแลต จะมีห้องกระจกที่เหมือนเป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลต ทำให้คุณได้เห็นถึงขนาดตอนสำหรับการผลิตช็อกโกแลตกันอย่างชัดเจน ช็อกโกแลตที่ทำขึ้นมานั้น ก็ได้ถูกไปจัดแสดงและก็มีวางจำหน่ายให้กับนักเดินทางได้ลองกันอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
ค่าเข้าชม : เที่ยวเกาหลี ผู้ใหญ่อยู่ที่ 4,000 วอน (เด็กและคนแก่ 65 ปีขึ้นไปฟรี)

4. พิพิธภัณฑสถานสุราประเทศเกาหลีแบบดั้งเดิม
Jeonju Korean Traditional Wine Museum
พิพิธภัณฑ์วิธีการทำธุระแบบดั้งเดิมของพวกเราหลีที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านช็อนจูฮันอกในยังเมืองช็อนจู ในจังหวัดช็อลลาเหนือ ของประเทศเกาหลีใต้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ชี้แจงถึงขนาดตอนวิธีการทำเหล้าแบบเริ่มแรก เรื่องการจัดแจงวัตถุดิบ การนำสิ่งที่ใช้ในการใช้ทำเหล้า นอกเหนือจากนั้นพิพิธภัณฑ์ก็ยังเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้มีส่วนร่วมสำหรับการมีทำสุราแบบดั้งเดิมอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-18:00 น.
วันปิดกระทำการ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : ฟรี (มีค่าใช้จ่ายในการร่วมกิจกรรมตามโปรแกรม)

6 ฤดูที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอน ในเวียดนาม ไปช่วงไหนดีนะ?

ทัวร์เวียดนามราคาถูก เวียดนามเป็นประเทศที่เรียกเราว่าบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง แล้วในแต่ละฤดูนั้นในสภาพภูมิอากาศแต่ละฤดูก็มีบรรยากาศที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้แต่ว่าในช่วงฤดูกาลนั้นมีเอกลักษณ์และก็บรรยากาศที่ฟินๆไม่เหมือนกันนั่นเอง วันนี้ก็เลยต้องการจะมาเสนอแนะสถานที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละช่วงแต่ละฤดูว่าตอนไหนน่าเที่ยวตรงไหนกันบ้าง เพื่อที่คุณจะได้เสพบรรยากาศแบบประทับใจในแต่ละตอน ดังนั้นพวกเรามาดูกันกันเลย!
1. ฤดูใบไม้ผลิ
ช่วงเดือน : มี.ค. – พ.ค.
เป็นตอนที่อากาศในเวียดนามนั้นจะเย็นสบายถึงจะมีฝนตกบ้างเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งเป็นอากาศที่เหมาะสมแก่การเดินเที่ยวชมเมืองเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ฮานอย / Hanoi
เมืองหลวงของเวียดนามและก็เป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากโฮจิมินห์ เป็นเมืองที่ผสมสถาปัตยกรรมของเวียดนามรวมเข้ากับสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศสแบบโรมัน ซึ่งทำให้ที่นี่มีเสน่ห์และก็สถาปัตยกรรมที่ไม่ซ้ำใครนั่นเอง แล้วจัดว่าฮานอยเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญและยังเคยเป็นศูนย์กลางค้าที่สำคัญ เมื่อครั้งที่เคยเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส
2. หน้าร้อน
ช่วงเดือน : เดือนมิถุนายน – สิงหาคม
ในฤดูร้อนของที่นี่นั้นจะออกจะร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านเราเลยทีเดียว แต่ถึงจะร้อนมากแค่ไหนก็ค่อนข้างจะที่จะมีฝนตกบ่อยครั้งอยู่เช่นกัน ซึ่งเมืองที่น่าไปเที่ยวนั่น
ไฮฟอง / Haiphong
เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่น่าท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีโรงแรมบ้านพักมากมายก่ายกอง แล้วจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันพิเศษในฤดูร้อนเพราะเหตุว่าเป็นช่วงๆที่น้ำทะเลกำลังอุ่นและไม่ร้อนจนถึงเกินความจำเป็น พูดได้ว่ามาดับร้อนด้วยน้ำทะเล ทั้งคุณรู้หรือไม่จ้ะ!ว่าที่นี่เคยเป็นเมืองพักผ่อนของประเทศฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคมอีกด้วย
3. ฤดูใบไม้ร่วง
ช่วงเดือน : เดือนกันยายน – พฤศจิกายน
ฤดูนี้กล่าวได้ว่าเป็นตอนๆที่น่ามาท่องเที่ยวเยอะที่สุด ซึ่งอากาศที่เวียดนามในช่วงฤดูใบไม้หล่นนั้นจะเย็นสบายแล้วก็ฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆซึ่งเหมาะกับวิธีการทำกิจกรรมที่โล่งแจ้งเอามากๆไม่ว่าจะเป็นเดินเล่น ชมธรรมชาติ หรือเล่นน้ำทะเลก็ตาม ช่างเป็นฤดูที่อากาศแจ่มใสแจ่มใสสูงที่สุดเลยทีเดียว ซึ่งเมืองที่น่าไปเที่ยวนั่น
กว๋างนิญ / Quang Ninh
ผู้ใดกันที่อยากมาท่องเที่ยวสมุทรก็ควรมาตอนฤดูนี้แล้วก็ตรงนี้ ทัวร์เวียดนามราคาถูก ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่าวฮาลองเบย์ เป็นทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวียดนาม อากาศในฤดูใบไม้หล่นนี้จะเป็นช่วงที่คลื่นสงบเหมาะแก่การหลอกลวงงเรือดูบรรยากาศสวยๆเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว
4. หน้าหนาว
ช่วงเดือน : เดือนธันวาคม – ก.พ.
เป็นตอนๆที่หนาวเย็นที่สุดของเวียดนามในรอบปี ซึ่งถ้าคุณไปท่องเที่ยวในฤดูหนาวนี้ก็น่าจะจัดแจงเสื้อผ้าให้อุ่นๆเข้าไว้ เนื่องจากอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูหนาวของตรงนี้จะอยู่ที่ประมาณ 7-20 องศาเซลเซียส คนไหนกันแน่ที่อยากลองสัมผัสอากาศหนาวแต่ไม่ต้องการที่จะไปไกล นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณคงจะมาทดลองท่องเที่ยวดู ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ซาปา / Sa Pa
เป็นเมืองเล็กๆที่น่าท่องเที่ยวและก็ได้ถูกตั้งชื่อว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเวียดนามอีกด้วย เมื่อถึงหน้าหนาวที่นี้จะเปลี่ยนเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว ที่อยากมาสัมผัสความหนาวเย็นของเมืองแห่งนี้อย่างมากมาย เพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นเมืองที่มีเทือกเขารายรอบแล้ว ก็ยังมีธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์รวมทั้งบรรยากาศดีแล้วไม่แพ้สวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย
5. ฤดูฝน
ช่วงเดือน : พ.ค. – เดือนตุลาคม
เดี๋ยวนี้จะเป็นตอนๆที่ป่าไม้จะอุดมสดชื่นเขียวชอุ่ม ตอนนี้เป็นตอนที่ธรรมชาติเขียวชอุ่มแต่ว่าก็เป็นช่วงที่ทั้งหมดทุกอย่างมองเปียกโชกไปหมด ก็เพราะเป็นตอนที่มีฝนตกบ่อยที่สุดของเวียดนามนั่นเอง ต้องการจะมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูนี้ก็ควรมาในตอนเดือนพฤษภาคมจะดีกว่า เพราะเหตุว่าเป็นเดือนที่ฝนยังตกไม่แรงและก็พายุก็ไม่หนักเท่าเดือนอื่นๆซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวนั่น
ฮอยอัน / Hoi An
เป็นเมืองมรดกโลกที่คุณจึงควรมาให้ได้ถ้าเกิดมาเที่ยวเวียดนาม โน่นก็เนื่องจากตรงนี้เป็นเมืองที่ประวัติศาสตร์ที่มีวัฒนธรรมรวมทั้งสถาปัตยกรรมแบบเริ่มแรก
6. ฤดูแล้ง
เดือนพฤศจิกายน – ม.ย.
เป็นฤดูที่อากาศพอดีไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ก็อย่างว่ามันเป็นหน้าแล้งก็เลยจะไม่ค่อยมีฝนตกเท่าใด ซึ่งฤดูแล้งนี้ก็เป็นฤดูที่น่าท่องเที่ยวอีก 1 ฤดู ที่คุณจะสามารถไปโน่นไปนี่ได้อย่างมีความสุขไม่ต้องกลัวจะแฉะหรืออากาศหนาวกระทั่งเกินไปนั่นเอง ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
โฮจิมินห์สิตี้ / Ho Chi Minh City
เป็นเมืองที่เคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ทัวร์เวียดนาม คุณก็จะได้เจอกับสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปได้ทั่วทั้งเมือง ทั้งยังเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ก็เลยเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงอุปรากร มหาวิหารนอร์ทเธอดาม ทำเนียบอิสรภาพ ตลาดบินถั่น เป็นตัน

5 ที่เที่ยวโอซาก้าในญี่ปุ่น ชิวๆแบบไปกลับ เดินทางสะดวก!

ทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาคคันไซ และเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวในญี่ปุ่นยอดนิยมอันดับที่ 2 อีกด้วย ซึ่งที่นี่จะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่เยอะมาก คนไหนกันแน่ที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวเมืองเล็กๆแบบเงียบสงบ วันนี้เราจะมีที่เที่ยวมาเสนอแนะที่น่าเที่ยวใกล้ๆกับโอซาก้า มีที่แห่งไหนน่าเที่ยวบ้างมาดู
1. ท้องนาระ
Nara
เป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น ซึ่งที่นี่จะมีวัดที่ดั้งเดิมสูงที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เยอะแยะ ตัวอย่างเช่น พุทธรูปไดบุตสึแห่งวัดโทไดจิ ที่มีอายุกว่า 1,200 ปี ได้รับการยอมรับว่าเป็นพระพุทธหล่อองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าปรารถนาสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ที่นี่ก็มีสวนสาธารณะนาระ ที่มีเหล่ากวางน้อยใหญ่ให้ได้มองชม อีกทั้งยังสามารถให้อาหารกวางได้อีกด้วย
2. โอกายามะ
Okayama
เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของผลไม้ที่มีรสชาติดีตลอดทั้งปี อากาศที่นี่ก็ปลอดโปร่งไม่หนาวหรือร้อนเกินความจำเป็น พูดได้ว่าบรรยากาศเย็นสบายมากๆทั้งตรงนี้ยังมีสถานที่เที่ยวด้านวัฒนธรรมที่งดงามและก็เป็นที่รู้จัก ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ยกตัวอย่างเช่น จะเป็นปราสาทโอกายามะ ซึ่งด้านในวังจะมีการนำเสนอนิทรรศการเกี่ยวกับที่ไปที่มาของเมือง แล้วก็มีสิ่งของเครื่องใช้ในสมัยก่อนๆให้ได้ชมกัน
3. คิโน่ซากิ
Kinosaki Onsen
เมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองที่น้ำพุร้อนที่มีประวัติศาสตร์ที่ดั้งเดิมอย่างใหญ่โต ทั้งยังตรงนี้ยังมีความงดงามที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวผู้คนจำนวนมากชอบพอ โดยเฉพาะนักเดินทางที่ถูกใจการแช่ออนเซ็นจำเป็นจะต้องมาเที่ยวตรงนี้ให้ได้ หรือถ้าหากผู้ใดที่ไม่ต้องการจะแช่ออนเซ็นก็สามารถเดินเที่ยวชมบรรยากาศของเมืองในบรรยากาศแบบญี่ปุ่น
4. โกเบ
Kobe
เป็นเมืองยอดนิยมจากนักเดินทางทั้งยังคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ตรงนี้มิได้ดีแค่การคดโกงวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ว่ายังมีภาวะตำแหน่งที่ตั้งที่น่าดึงดูดอย่างมากอีกด้วย ได้แก่ มีด้านหน้าที่ติดสมุทรกว้างและด้านหลังที่เป็นแนวเขาสูง ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยสดงดงามเยอะมาก
5. อิงะ อูเอโนะ
Iga-Ueno
ตรงนี้เคยเป็นเมืองปราสาทที่เจริญมาก่อนเมื่อในอดีตกาล แล้วก็ยังเป็นเยี่ยมในต้นกำเนิดของสำนักนินจาอิงะ ซึ่งที่นี่เป็นสำนักนินจาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น หรือจะเรียกว่าเป็นต้นตำรับของนินจาเลยก็ว่าได้ ตรงนี้จะมีพิพิธภัณฑสถานบ้านนินจารวมไปถึงเมืองเก่าที่ให้ผู้คนและนักเดินทางได้ชมความงามกัน
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ก็เป็นที่เที่ยวรอบๆโอซาก้าที่คุณสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวแบบสะดวก เพราะเหตุว่าสามารถเดินทางไปแบบรุ่งเช้าไปเย็นกลับได้เลย หวังว่าสถานที่หรือเมืองที่พวกเราได้ชี้แนะไปนี้จะต้องใจคุณไม่มากก็น้อย เอาละอย่าช้าเลย รีบเก็บสิ่งของแล้วไปฝ่ากันเลยดีกว่า!!

ที่น่าเที่ยวในโอซาก้า ท่องเที่ยว กิน ช้อป พร้อม!!

เที่ยวญี่ปุ่น โอซาก้าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันจริงๆสถานที่ท่องเที่ยวก็มีให้ครบทุกแบบทุกแนวว่าจะเป็นวัดศาลหรือที่เที่ยวทางธรรมชาติ แม้กระทั่งสวนสนุกที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก แถมอาหารของตรงนี้ยังอร่อยมีให้เลือกแบบมากมายเต็มไปหมดจนกระทั่งไม่เคยรู้ว่าจะรับประทานอันไหนก่อน แล้วก็ที่สำคัญที่สุดยังมีราคาที่ค่อยกว่าที่เมืองโตเกียวอยู่พอเหมาะพอควร ไม่ว่าจะเป็นค่าของกิน บ้านพัก หรือที่เที่ยว วันนี้พวกเราจะมาแนะนำที่เที่ยวในโอซาก้าที่บอกเลยว่าคุณต้องต้องการมาอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย
1. ตลาดระอุโรมง
Kuromon Ichiba Market
เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงและดั้งเดิมเยอะที่สุดแห่งหนึ่งของในเมือง กระทั่งตรงนี้ได้รับสัญญานามว่าเป็นห้องครัวของโอซาก้า ข้างในตลาดนั้นจะเป็นทางเดินทอดยาวเล็กๆราว 600 เมตรสองข้างถนนจะเต็มไปด้วยร้านขายของต่างๆที่มีสูงถึง 160 ร้านขายของ ซึ่งตลาดแห่งนี้จะขายทั้งยังของสดและก็ของแบบพร้อมทาน ทั้งยังมีขนมกินเล่นของกินพื้นเมืองมากหลายอย่างที่รอให้ท่านได้ชิมกัน
2. จุดสำหรับเพื่อชมวิวอาเบะโนะ ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ฮารุกัส
Abeno Harukas
อยู่บนอาคารสูง 300 เมตรซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น นี้นอกจากจะเป็นจุดสำหรับชมวิวและก็ยังมีห้าง พิพิธภัณฑสถานศิลป์ และก็โฮเต็ล ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ด้านฟ้าที่จะไปดูทิวทัศน์นั้น คุณควรต้องขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 58 ชั้นนี้จะมีร้านระเบียนไม้มีร้านค้าคาเฟ่ร้านขายของของที่ระลึก บนชั้น 60 นั้นจะสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศามองเห็นได้ทั่วทั้งเมืองอย่างยิ่งจริงๆ
3. บริเวณชินไซบาชิรวมทั้งไม่นามินัมบะ
Shinsaibashi / Minami Namba
ทั้งสองนั้นเป็นถนนหนทางสายช้อปปิ้งครึ่งอินดอร์ที่มีความยาวมากถึง 600 เมตร เหมาะกับผู้ที่อยากมาท่องเที่ยวช็อปปิ้งจ่ายตลาดไปฝากคนทางบ้านเอามากๆซึ่งข้างถนนนั้นจะเต็มไปด้วยร้านที่ขายของต่างๆซึ่งจะมีร้านเสื้อผ้า ร้านค้าแฟชั่น ร้านอาหารรวมทั้งร้านค้าขนมอีกด้วย
4. พิพิธภัณฑสถานบะหมี่สำเร็จรูป
Momofuku Ando Instant Ramen Museum
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่เป็นประวัติความเป็นมาของบะหมี่ครึ่งสำเร็จรูปตั้งแต่อดีตกาลจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ และก็ลักษณะเด่นของที่นี่เลยก็คือคุณสามารถสร้างบะหมี่สำเร็จรูปในลักษณะของตัวเองได้ ว่าจะเป็นน้ำซุปหรือของเคียงต่างๆรวมทั้งสามารถเพ้นท์ถ้วยบะหมี่ได้ตามจินตนาการของคุณได้เลย เรียกได้ว่าได้อีกทั้งวิชาความรู้ความเพลิดเพลินอีกทั้งยังได้ของติดไม้ติดมือที่มีชิ้นเดียวในโลกอีกด้วย
5. หมู่บ้านอเมริกา
America Mura
คนใดกันแน่เป็นสายแฟชั่นคะจำต้องมาที่นี่ให้ได้เลย เนื่องจากว่าที่นี่เป็นย่านแฟชั่นของโอซาก้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นอเมริกัน ซึ่งจะมีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ที่หาตรงไหนมิได้ ตรงนี้จะเน้นไปที่ร้านรวมทั้งแฟชั่นของอเมริกันเป็นหลัก ยิ่งในตอนสุดสัปดาห์ก็จะเต็มไปด้วยวัยรุ่นต่างๆที่มาทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการเต้นการร้องเพลงหรือการเล่นดนตรี เรียกว่าย่านที่นี้เป็นย่านที่มีชีวิตชีวาที่สุดของเมืองโอซาก้าเลยก็ว่าได้

ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ซื้ออะไรดี? มาฝากคนที่บ้าน

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ท่องเที่ยวญี่ปุ่นดียิ่งกว่า! มักจะเป็นประเทศแรกที่หลายๆคนคิดเมื่อจะไปเที่ยวต่างถิ่น เพราะเพราะเหตุว่าสามารถท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า ทั้งตั๋วเรือบินนั้นราคาไม่แพง ทัวร์ญี่ปุ่น ที่พักก็มีให้เลือกเยอะ เลยไม่แปลกใจเลยที่ประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศในดวงใจของคนไทย
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เวลาไปประเทศญี่ปุ่นและจากนั้นก็มักจะไม่เคยรู้ว่าที่ญี่ปุ่นมีอะไรน่าซื้อบ้าง หรือบางครั้งคิดอยากจะซื้อของที่ระลึกกลับไปให้ผู้ที่บ้านหรือเพื่อนๆก็ไม่รู้จักว่าจะซื้ออะไรกลับไป วันนี้เลยอยากจะมาชี้แนะกับของที่ระลึกที่น่าซื้อในญี่ปุ่น มีอะไรบ้างตามมามองเลย
1. เสื้อผ้าประเทศญี่ปุ่น
ใครๆก็รู้ว่าญี่ปุ่นเป็นเมืองที่แฟชั่น ประเทศที่ทั่วทั้งโลกก็สารภาพในเรื่องของแฟชั่นการแต่งตัว ซึ่งเสื้อผ้าของชาวญี่ปุ่นนั้นจะมีคุณภาพสูงรวมทั้งมีเอกลักษณ์โดยยิ่งไปกว่านั้น ที่เสนอแนะให้ซื้อเลยก็คือแบรนด์ GU เป็นที่นิยมมากมายในหมู่วัยรุ่นประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งราคาก็ไม่แรงมากสักเท่าไรนัก ซึ่งแหล่งขายสินค้าแฟชั่นในโตเกียวจะอยู่ที่ Shinjuku รวมทั้ง Ginza
2. ของหวานประเทศญี่ปุ่น
ของหวานที่เป็นของฝากยอดฮิตก็จะเป็นพวกช็อกโกแลต เพราะมันเก็บไว้ได้นานและสามารถทานได้กันทุกวัย แล้วของหวานช็อกโกแลตที่มีชื่อของญี่ปุ่นมากที่สุดเลยก็คือ
– Royce
เป็นช็อกโกแลตคุณภาพดีผลิตที่เมืองซัปโปโร มีรสชาติเข้มข้นมากทั้งไม่หวานจนถึงมันอีกด้วย
– KitKat
แม้ว่าบ้านเราจะมีคิทแคทแล้ว แต่ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหลายรสมากกว่าบ้านพวกเราเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง KitKat ในแต่ละเมืองนั้นก็จะมีรสชาติพิเศษที่หาซื้อที่อื่นๆมิได้อีกด้วย มันก็จะเหมือนเป็น Limited Edition ของเมืองนั้นไปเลย
3. โตเกียว บานาน่า
เป็นของหวานที่ขึ้นชื่อลือชาของญี่ปุ่น ที่เป็นเนื้อเค้กใส่ครีมคัสตาร์ดรสกล้วยหอม ขนมจำพวกนี้จะมีขายอยู่ทั่วทั้งยังประเทศญี่ปุ่น กล่องเล็ก 8 เที่ยวญี่ปุ่น ชิ้นราคา 1,000 เยน และกล่องใหญ่ 12ชิ้น 1,500 เยน
4. สำอางค์ประเทศญี่ปุ่น
เครื่องแต่งตัวที่นิยมมักซื้อมาฝากกันก็มาจะเป็นพวกมาเต้าหู้หรือครีมต่างๆที่กลับมาใช้กัน สินค้าแบรนด์ที่นิยมซื้อกันก็มี Hada Labo , Shiseido , DHC , SK II , Biore , DHC vitamin เพราะเหตุว่าตรงนี้เป็นแหล่งที่ผลิตเองราคาก็เลยไม่แพงเท่าที่ไทย
5. กระเป๋าญี่ปุ่น
กระเป๋าของประเทศญี่ปุ่นยี่ห้อที่นิยมกันมากเลยก็คือ Issey miyake , Bao Bao , Pleats Please บอกเลยว่ายี่ห้อเหล่านี้ขายดิบขายดีจนถึงของขาดตลาดกันเยอะๆ
6. ผลไม้ญี่ปุ่น
ผลไม้เมืองหนาวของญี่ปุ่นจะแพงที่ถูกกว่าบ้านเรา ก็จะมีพวกส้มซึ่งส้มประเทศญี่ปุ่นลูกจะนิ่มน้ำเยอะแล้วก็มีรสหวาน สตอเบอปรี่ลูกใหญ่มีสีแดงสดและก็รสชาติอร่อยมาก ซึ่งผลไม้เหล่านี้จะราคาแพงที่ไม่แพงมากนั่นเอง
ทั้งปวงนี้ก็คือของฝากที่น่าซื้อกลับมาฝากคนที่บ้าน รับประกันเลยว่าจึงควรถูกใจผู้ที่บ้านอย่างไม่ต้องสงสัย

เปลี่ยนบรรยากาศ ท่องเที่ยวในเมืองเล็กๆบรรยากาศดี ที่ โอตารุ

ทัวร์ญี่ปุ่น วันนี้เราจะมาเปลี่ยนบรรยากาศโดยการไปท่องเที่ยวเมืองเล็กๆที่ โอตารุ ซึ่งเมืองแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองซัปโปโรแค่ 30 กิโลเท่านั้น ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก คนส่วนมากก็จะนิยมมาเที่ยวที่นี่และก็จะต่อรถไฟท่องเที่ยวซัปโปโรต่อ สิ่งแรกจะมาบอกถึงประวัติโดยประมาณของที่นี่กันก่อน ต้องบอกว่าที่ที่นี้เป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญของฮอกไกโด ที่เอาไว้ขายของกับรัสเซียตั้งแต่คนประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเลยก็ว่าได้ ก็เลยทำให้ตรงนี้มีเอกลักษณ์แล้วก็กลิ่นของตะวันตกอยู่มาก แล้วต้องบอกว่าคนที่นี่ได้อนุรักษ์สภาพบ้านเรือนไว้แบบดั้งเดิมจนตรงนี้กลายเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวไปโดยปริยาย วันนี้พวกเราจะพาทุกคนมาท่องเที่ยวที่เมืองโอตารุกัน ว่าที่นี่มีจุดไหนบ้างที่น่าดึงดูดน่าไปเที่ยวบ้าง มาดูกัน
1. ทัวร์ญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์กล่องเพลงโอตารุ
(Otaru Music Box Musem)
เมื่อมาท่องเที่ยวถึงที่นี่แล้วเขาจึงควรมาพิพิธภัณฑ์กล่องเพลงโอตารุ หากแม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกล่องเสียงดนตรีแต่ก็มีของซื้อขายเยอะเยอะไปหมดในนี้ แต่ว่าส่วนมากแล้วก็จะขายกล่องเพลงอยู่ประมาณ 70% ส่วน 20% นั้นก็จะขายสินค้าทั่วๆไปที่ไม่ใช่กล่องเสียงเพลง แล้วอีก 10% นั้นก็คือห้องที่ไว้แสดงของจิ๋วต่างๆจำเป็นต้องพูดว่ามันเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจดีด้วยเหตุว่าในบ้านพวกเราก็ไม่มีอะไรแบบงี้ คนใดที่อยากจะมาเดินดูเล่นๆก็สามารถมาได้น่าฟังของตรงนี้เยอะมากไม่ว่าจะเป็นของไว้ดูหรือของขาย เยอะแยะไม่มากก็คิดดูว่ามีของให้เลือกซื้อขายแลกเปลี่ยนเกือบ 3 ชั้นเลยทีเดียว
2. ถนนช็อปปิ้งซาคาอิมาจิโตริ
(Sakaimachi Street)
ผู้ใดที่อยากหาของฝากหรือต้องการหาที่เดินเที่ยวถนนหนทางช็อปปิ้งซาติดอยู่อิมาจิโตรินี้ตอบปัญหาแน่ๆ ซึ่งที่นี่จะมีร้านขายของที่อยู่ติดๆกันไม่น้อยเลยทีเดียวก็จะมีอีกทั้ง อาหาร เสื้อผ้า ของที่ระลึก และจากนั้นก็มีทุกๆสิ่งทุกๆอย่างหลายประเภทมากมายๆที่หาซื้อได้จากนี้เลยละขา
3. ร้านเลอทาโอะ
(LeTAO)
เป็นร้านขนมที่มีชื่อมากมายๆจนได้ขยายไปขายที่ห้างของเมืองไทยด้วย หากมาถึงตรงนี้ก็จำเป็นต้องรีบตรงมากินขนมเค้กของที่นี่ให้ได้เลยนะคะ เพราะตรงนี้เป็นแหล่งกำเนิดชีสขนมเค้กโด่งดังของฮอกไกโดนั่นเอง ถ้าหากมาแล้วไม่มาที่นี่ก็จัดว่าพลาดอย่างแรงเลยเช่นกัน
4. ลำคลองโอตารุ
(Otaru Canal)
ตรงนี้คือไฮไลท์ทีเด็ดของเมืองเลยทีเดียวจ้า คลองที่นี้นับได้ว่าเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่มีชื่อมากที่สุดในฮอกไกโดอีกด้วย ถ้ามาถึงเมืองโอตารุแล้วมิได้มามองเห็นคลองไม่ได้ถ่ายรูปเซลฟี่เลยนับว่ามาไม่ถึงอย่างแท้จริง ทีนี่เป็นลำคลองที่เคยใช้ขนส่งผลิตภัณฑ์เพื่อการขายที่เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญสำหรับการขนส่งสินค้าทางแม่น้ำเข้าสู่เกาะฮอกไกโด ซึ่งลำคลองที่นี้ได้ถูกผลิตขึ้นเมื่อปี 1923

7 สิ่งที่ต้องทราบเมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น!!

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ชาวไทยนั้นถูกใจท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันเยอะ ทัวร์ญี่ปุ่น ซึ่งประเทศญี่ปุ่นนั้นมีขนบธรรมเนียมที่ต่างจากบ้านพวกเรา ก็จะมีผลให้บางครั้งในบางเรื่องเราอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรทำหรือสิ่งไหนไม่สมควรทำ วันนี้เราจึงอยากจะมาเสนอแนะสิ่งที่จำเป็นต้องรู้เมื่อคุณจะท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ว่าสิ่งไหนควรจะทำหรือไม่ควรจะทำบ้างมาดูกัน
สิ่งที่จำเป็นต้องทราบเมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น
1. บันไดให้ยืนชิดทางซ้าย
เอาเวลาขึ้นลงบันไดเลื่อนนั้นคนญี่ปุ่นเขาจะยืนชิดทางซ้ายกัน ส่วนคนใดที่รีบร้อนหรือมีธุระด่วนก็จะให้เดินในวิถีทางขวา ยกเว้นบางพื้นที่อย่างภูมิภาคคันไซคนญี่ปุ่นจะยืนชิดด้านขวาและเปิดพื้นที่ทางด้านซ้ายสำหรับการเดินขึ้นลง แต่ว่าการเดินหรือยืนชิดซ้ายนั้นไม่เฉพาะแต่ในเรื่องของบันไดเลื่อนเพียงแค่นั้นบนทางเดินก็ใช้เช่นเดียวกัน ญี่ปุ่นจะแบ่งช่องทางการเดินทางเท้าไว้ได้อย่างแจ่มแจ้ง
2. งดเว้นการคุยโทรศัพท์
หัวข้อนี้คุณจะต้องรู้ดีว่าไว้เป็นอย่างยิ่งยิ่งคนไหนที่เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแล้ว ขณะที่เดินทางด้วยรถประจำทางหรือรถประจำทางคุณควรต้องปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้ คุณจะเห็นได้เลยว่าในการ์ตูนในหนังของญี่ปุ่นนั้น เวลานักแสดงอยู่บนรถไฟก็ชอบใช้แนวทางส่งข้อความหากันมากกว่าโทรคุย
3. การต่อคิว
การต่อคิวนั้นถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการต่อคิวรอคอยรถประจำทางการเข้าส้วมหรือการซื้อของต่างๆทุกคนจึงควรต่อคิวเช่นเดียวกันหมดจะไม่มีการแซงคิวหรือแทรกคิวกันอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้หากคุณไปประเทศญี่ปุ่นแล้วก็อย่าเที่ยวไปแซงคิวผู้ใดกันแน่เขาล่ะ
4. ผู้กระทำดเปิดปิดประตูลิฟท์
สำหรับการใช้ลิฟต์นั้นถ้าหากคนไหนกันเป็นคนที่เข้าไปในลิฟท์เป็นคนแรก ก็จะนับว่าคนนั้นต้องเป็นคนกดเปิดปิดลิฟท์ให้ผู้อื่น ถึงชั้นที่พวกเราจะลงก็จำเป็นต้องให้คนอื่นออกก่อนถึงจะออกเป็นคนท้ายที่สุด
5. เวลาชำระเงิน
ถ้าหากไปจ่ายตลาดตามร้านค้าในประเทศญี่ปุ่นเขาจะมีถาดจัดเตรียมไว้สำหรับวางเงินโดยเฉพาะ เพื่อความสบายแก่บุคลากรและไม่มอบเงินลูกค้าปนกัน ขณะที่พนักงานได้รับเงินแบงค์ใหญ่มาก็จะพูดย้ำกับลูกค้าว่าได้เงินมาเท่าไหร่กับโชว์ให้มองเห็น
6. หากมีลูกค้าอยู่คุณจำเป็นจะต้องรอต่อแถว
เมื่อได้เข้าไปในร้านแล้วต้องการจะสอบถามพนักงาน ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก แต่ว่าถ้าในขณะนั้นพนักงานกำลังให้บริการกับลูกค้าบุคคลอื่นอยู่ คุณก็ต้องรอจวบจนกระทั่งพนักงานจะบริการลูกค้าคนนั้นเสร็จเสียก่อนถึงจะสอบถามพนักงานได้ โดยเหตุนี้คุณอย่าเข้าไปแทรกเพื่อจะถามไถ่เพราะว่าหากไม่อย่างนั้นจะเป็นการเสียมารยาทมากๆอย่างยิ่งจริงๆ
7. อย่าเสวนาเสียงดังในที่ชุมชน
คนญี่ปุ่นเขาจะให้ความเอาใจใส่กับความเป็นส่วนตัวมากๆยิ่งเฉพาะพื้นที่สาธารณะเป็นหลักที่ที่ทุกคนในสังคมใช้ร่วมกัน สำหรับในการพูดคุยกันก็เลยต้องเกรงอกเกรงใจคนรอบข้างเป็นอย่างมาก จึงไม่สมควรที่จะสนทนาเสียงดังหรือแผดเสียงก่อกวนคนอื่น

ที่เที่ยวเกาหลีสุดคลู จะไปผู้เดียวไปกับทัวร์ ก็ฟินเหมือนกัน!

ทัวร์เกาหลีราคาถูก ผู้ใดที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวดีๆแบบไม่ซ้ำใครต้องการจะจองตั๋วไปกับทัวร์จะขาดแล้ว อยากจะหาสถานที่ท่องเที่ยวแบบไม่ซ้ำใครที่เกาหลี เพราะว่าไม่ว่าใครก็ท่องเที่ยวในกรุงโซลกันหมดก็ไม่แปลกเพราะเหตุว่าสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมในนั้นเยอะๆแม้กระนั้นขอบอกเลยจ้ะว่าที่เที่ยวดีๆมิได้มีแค่กรุงโซลเท่านั้น แต่ว่านอกเมืองก็มีที่น่าเที่ยวเยอะไปหมด เรามาดูกันเลยว่ามีที่แห่งใดบ้างตามมา!
1. ปูซาน
(Busan)
ปูซานเป็นที่เที่ยวยอดฮิตเมืองหนึ่งที่รองจากโซล ก็พูดได้ว่าใหญ่เป็นอันดับสองรองจากโซล ถึงแม้จะเป็นรองแต่ว่าก็มิได้แสดงว่าสถานที่เที่ยวนั้นก็มีให้เลือกไปเที่ยวมากมาย มีสถานที่สวยอยู่หลายแห่งมาก เช่น
ออยุยงนโด (Oryukdo Skywalk)
เป็นอีกที่ถ้าเกิดท่องเที่ยวปูซานก็ควรแวะไป เพราะมีสะพานพื้นกระจกที่ตตั้งอยู่ริมหน้าผาหาดทราย บอกเลยว่าหวาดเสียวแต่ก็เป็นมุมที่ถ่ายภาพสวยมากอีกมุมหนึ่ง
ตลาดปลา (Jagakchi)
ไปถึงสมุทรทั้งทีก็จำเป็นจะต้องไปกินอาหารทะเลกัน ซึ่งลักษณะเด่นของตรงนี้ก็จะเป็นปูยักษ์เว้นแต่ตัวใหญ่และก็ยังมีเนื้อที่รสชาติหวานหอมอีกด้วย คิดแล้วก็หิวแล้วละขา
2. ควังจู
(Gwangju)
ควังจูเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 6 ของเกาหลีใต้ ต่อให้เป็นเมืองที่อยู่ภายนอกแต่ก็มีการเดินทางที่สะดวกมากๆที่ควังจูที่นี้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายก่ายกอง คนไหนกันแน่ที่เป็นสายธรรมชาติถูกใจท่องเที่ยวชื่นชมธรรมชาติละก็ เมืองที่นี้ตอบโจทย์อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวก็จะมี
อุทยานแห่งชาติมูดึงระเบียง (Mudeungsan National Park)
สวนแห่งนี้สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี และก็ความสวยสดงดงามนั้นก็จะนาๆประการในแต่ละฤดูด้วย แนะนำว่าถ้าเกิดอยากมองเห็นความสวยสดงดงามจริงๆให้มาในช่วงหน้าหนาวเพราะเหตุว่าทุกๆอย่างจะขาวโพลนไปหมด เที่ยวเกาหลี ทัวร์เกาหลี แต่ถึงจะมาฤดูร้อนก็จะมีกิจกรรมที่น่าดึงดูดเป็นต้นว่าการปีนเขา
ถนนศิลปะควังจู (Gwangju Art Street)
อันนี้เหมาะสมกับคนที่ชอบศิลปะ เพราะที่นี่มีอีกทั้งรูปปั้นรูปภาพหรืองานสตรีทอาร์ทมากมาย ที่มีให้ชื่นชอบแบบเพลินๆแต่ก็ใช่ว่ามันจะมีแม้กระนั้นรูปภาพแต่ว่าก็ยังมีร้านต่างๆอีกด้วย ผู้ใดที่ถูกใจสะสมรูปภาพก็คงจะมาดูผลิตภัณฑ์กันที่นี่
คืออะไรกันบ้างจ้ะกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้เสนอแนะไปนี้ จริงๆมันมีมากยิ่งกว่านี้อีกนี้เป็นเพียงแค่นิดหน่อยที่ได้เอามาบอกต่อๆกันเพียงเท่านั้นค่ะ นอกเมืองนั้นก็ชอบมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย จึงทำให้ได้รับรู้เรื่องรู้ราวเป็นมารวมทั้งวัฒนธรรมของผู้ที่นี่ได้ดีอีกด้วย แต่ขอบอกเลยว่าที่ได้แนะนำไปนั้นถ้าเกิดได้ไปแล้วละก็จำเป็นต้องหลงเสน่ห์อย่างแน่แท้

ท่องเที่ยว มุมมองใหม่ๆในประเทศเกาหลี

เที่ยวเกาหลี ใครๆก็อยากไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต เที่ยวเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีก็ตาม เนื่องจากประเทศเกาหลีไต้นั้นมีเอกลักษณ์ที่น่าดึงดูดแล้วก็น่าติดตาเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติหรือวัฒนธรรมก็ตาม ในวันนี้พวกเราจะมาพาทุกคนเที่ยวเกาหลีในมุมมองใหม่ๆที่คุณจะไม่เคยได้ไปได้เห็น เพราะที่เราจะพาไปรู็จะกับที่เที่ยวนี้บางทีอาจจะไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมนัก แต่ว่าก็เป็นสถานที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดแน่ๆ เอาละ!มาดูกันเลยว่ามีตรงไหนบ้าง
1. กำแพงรอบตำหนักจากย็องจอน
พระราชวังจากย็องจอนเป็นเลิศในตึกที่อยู่ในพระราชสำนักคย็องบประมาณก เคยถูกไฟเผาแล้วก็ได้รับการผลิตขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ 1888 ซึ่งทำขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระพันปี รวมทั้งวันหลังได้รับการประกาศให้เป็นทรัพย์สมบัติแห่งชาติของประเทศเกาหลี เดินข้อดีของกำแพงในตำหนักนี้จะมีลวดลายที่สวยสดงดงามซึ่งไม่เหมือนกับวังอื่นๆในพระราชสำนัก
2. วังคย็องบประมาณก
เป็นพระราชสำนักที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 5 วังของกรุงโซล ที่ทำขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2394 และก็เป็นที่ว่าราชการของกษัตริย์วงศ์สกุลโชชอนมาตลอด ได้เริ่มนั้นมี 200 กว่าตึกแต่ว่าโดนเผารวมทั้งถูกทำลายไปจำนวนไม่ใช่น้อยโดยกองทัพประเทศญี่ปุ่น เดี๋ยวนี้ก็ได้บูรณะขึ้นมาใหม่โดยใช้องค์ประกอบของอาคารเดิมที่เหลืออยู่กับวัสดุใหม่
3. ปากน้ำโพแห่งโซลบุรี
เป็นลำคลองที่ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ภายหลังจากลงสะพานทับอยู่ยาวนานหลายปี พรุ่งนี้ไปเรื่อยราว 8 กิโลก็จะพบจุดศูนย์รวมกับของอีกสายนึงที่ชื่อว่าจุงนังชอน แล้วถ้าเดินลงมาอีกก็จะพบจุดที่คลองทั้งคู่ไหลลงแม่น้ำฮัน ที่เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลตัดผ่านกลางเมืองโซล
4. วัดบงวอนซา
เป็นวัดหลักของศาสนาพุทธนิกายแทโกในเกาหลี ซึ่งในนิกายนี้พระภิกษุสามารถสมรสได้ วัดตั้งอยู่รอบๆทางขึ้นอันซานใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยยอนแซ ถ้าหากคนใดอยากมาดูดอกบัวในวัด ก็ชี้แนะว่าให้มาในฤดูร้อนกลางกรกฎาคมถึงส.ค.
5. ราชสำนักชังด็อก
อินจ็องจอน เป็นชื่อของพระที่นั่งหลักที่อยู่ในราชสำนักเกลียดด็อก อีกวังหนึ่งที่อยู่ในเมืองเก่าของกรุงโซล ผู้คนเรียกพระราชวังที่นี้ว่าพระราชสำนักตะวันออก ในอดีตสมัยนั้นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เที่ยวเกาหลี ในหนแรกกองทัพประเทศญี่ปุ่นก็ได้เข้ามาเผารวมทั้งทำลายวังในวังหลวงแทบหมด และก็พระราชวังนี้ด้วย และเมื่อสงสงบเงียบวังก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่แล้วก็ใช้เป็นที่ว่าราชการของกษัตริย์ตลอดมา สิ่งที่น่าท่องเที่ยวในนี่ก็คือส่วนลับในพระราชสำนักนั้นเอง
6. สวนดอกไม้ที่ Olympic Park
ในสวนนี้เป็นเขตเมืองโบราณของอาณาจักรแพ็กเจมีทั้งแนวกำแพงเมืองและพิพิธภัณฑสถาน แล้วก็แน่ๆว่าในสวนนี้มีอะไรให้มองมากยิ่งกว่าต้นไม้แน่นอน เพราะในส่วนนี้มีอีกทั้งกุหลาบแล้วก็ทุ่งดอกไม้ที่มากมายงามด้วย