รีวิวท่องเที่ยวพระราชวังเคียงบกกุง กับทัวร์เกาหลีที่เดียวคุ้มค่า ลำพองใจ!

เที่ยวเกาหลี พอดิบพอดีในวันหยุดที่ผ่านมาได้ท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลีที่พระราชสำนักเคียงบงกุงมาเลยต้องการจะมาแชร์ประสบการณ์ดีๆให้เพื่อนฝูงๆได้รู้กัน ซึ่งพระราชวังที่นี้ต้องบอกเลยว่าเป็นพระราชสำนักที่ใหญ่แล้วก็เก่าแก่ที่สุดในเมืองที่ได้สร้างขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระผู้เป็นเจ้าแทโจ ราชวงค์โซชอน ไม่แปลกใจเลยละจ้ะที่ได้เปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งของกรุงโซล
ปากทางเข้าของพระรางชวังนั้นใหญ่อลังการเอามากๆวันนี้โชคดีมากเลยเพราะเหตุว่าอากาศสดใสไม่มีเมฆมาบังมากจึงมีนักท่องเที่ยวมากันเยอะๆ ในพระรางวังก็จะมีการจำลองให้ดูด้วยว่าเป็นยังอย่างร้านอาหารก็จะมีการจำลองชุดอาหารไว้ เพื่อจะได้รับรู้ว่าการกินการอยู่ในยุคนั้นเป็นยังไงต้องบอกว่าข้าวของเครื่องใช้ที่เขาได้เตรียมพร้อมเป็นจำลองนั้นมันเหมือนจริงเอามากๆเลยรู้สึกเสมือนหลุดเข้าไปอีกโลกราวกับอยู่ในหนังประเทศเกาหลีโบราณเลยละขา แต่ว่าในเล็กน้อยในพระราชสำนักได้หายไปเพราะในอดีตกาลได้มีการรุกรานจากญี่ปุ่น ก็เลยทำให้อาคารส่วนใหญ่ก็ได้ถูกทำลายลงคงเหลืออยู่แค่เพียง 10 หลังแค่นั้น ด้านในบริเวณของพระราชวังก็มีสถาปัตยกรรมที่น่าดึงดูดไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งคึนจองวอนหรือศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งได้ตั้งอยู่ด้านในบริเวณสระน้ำมีบรรยากาศที่งามรื่นเริงเอามากๆอีกทั้งภายในนั้นก็ยังมีร้านค้าขายชุดฮันบกโบราณซึ่งสามารถเช่าชุดก็เลยได้เช่าชุดมา 1 ชุดเพื่อไว้ใส่ถ่ายภาพกับราชสำนัก แหมก็มาทั้งทีก็ต้องสุดกำลังกันนิดเดียว
แล้วหากเข้ามาเที่ยวตรงนี้ก็จะมองเห็นเด็กๆมาทัศนศึกษากันเต็มไปหมดพี่จะมีคุณครูพี่เลี้ยงคอยดูแลเราก็เดินพาเด็กท่องเที่ยวทีละจุด ทัวร์เกาหลีราคาถูก เพียงพอออกมาด้านข้างของพระราชสำนักก็จะมีร้านค้าต่างๆเยอะมากไม่ว่าจะเป็น ห้องอาหาร ร้านคาเฟ่ เที่ยวเกาหลี ร้านขายของชำร่วยต่างๆห้องอาหารบางร้านก็คนแน่นบางร้านค้าก็ตกแต่งแบบสไตล์โบราณซึ่งมันก็แปลกใหม่ส่วนตัวเราดี การเดินทางมาท่องเที่ยววังที่นี้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าได้ทราบจักวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวประเทศเกาหลีมากเพิ่มขึ้น ซึ่งรอบๆแถวนี้มันยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่เป็นแหล่งพิพิธภัณฑสถานแหล่งวัฒนธรรมต่างๆที่เป็นความยินดีของคนประเทศเกาหลี บอกเลยว่ามาท่องเที่ยวที่เดียวแต่เป็นการมาที่คุ้มค่าเอามากๆและจากนั้นก็เล่นเอาชะเมื่อยล้าอยู่เช่นเดียวกัน
ขอชี้แนะทางท่องเที่ยวในวังที่จะสามารถท่องเที่ยวหมู่บ้านบุคชอนฮันอกได้ สิ่งแรกให้เริ่มเดินจากหน้าวังก่อน แล้วให้เดินตรงไปเรื่อยผ่านอาคารวังต่างๆจนไปถึงถึงด้านหลังวังแล้วเที่ยวดูวังและก็ศาลากลางนี้ แล้วต่อจากนั้นเดินย้อนมาทางพิพิธภัณฑสถานด้านขวารวมทั้งเดินออกประตูข้างๆ ก็จะสามารถเดินไปยังถนนเส้นช้อปปิ้งรวมทั้งท่องเที่ยวหมู่บ้านบุคชอนฮันอกได้

พาเที่ยวลำคลอง Cheonggyecheon ใจกลางกรุงโซล แก่กว่า 600 ปี!!

เที่ยวเกาหลี วันนี้จะพาสหายๆมาท่องเที่ยว คลองชอขี้งกเยชอน (Cheonggyecheon) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลำคลองชองเกชอน หรือ ชองเคยอนในประเทศเกาหลีใต้ เป็นสถานที่ที่เมื่อได้มาเที่ยวทัวร์เกาหลีหรือมาเองก็จำเป็นต้องมาแวะท่องเที่ยวให้ได้ ทราบไหมว่าลำคลองที่นี้เป็นลำคลองที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนตั้งแต่ยุควงศ์สกุลโชชอน แน่ๆว่าอายุลำคลองแห่งนี้นั้นมีมากกว่า 600 ปีรวมทั้งมีความยาวราว 11 กม.ที่ไหลผ่านกลางเมืองโซล เมื่อก่อนจะมีน้ำเสียมีขยะที่ถูกทิ้งลงมาไม่น้อยเลยทีเดียวเนื่องจากว่าเป็นเขตชุมชนมาอาศัยอยู่ริมลำคลอง แม้กระนั้นเมื่อมีความล้ำยุคมากขึ้นลำคลองที่นี้ก็ได้รับซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ในปี 2003 ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้ของรัฐบาลเกาหลีจึงได้มีการปรับปรุงรวมทั้งซ่อมลำคลองให้มีภูมิทัศน์ที่งามมากยิ่งกว่าเดิม ซึ่งในการทำนั้นก็ได้มีการรื้อทางยกระดับออก รวมทั้งเว้นที่ดินแหล่งชุมชนที่อยู่กับคลองที่ออกจนทำให้แปลงเป็นลำคลองที่มีภูมิทัศน์ร่มรื่นแล้วก็สวยน้ำที่เคยเน่าเหม็นก็กลับมาสะอาดผ่องใสอีกที
เดี๋ยวนี้ก็ได้กลายมาเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนเกาหลีและคนต่างชาติเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเป็นอีกจุดหนึ่งที่เปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีด้วย ที่คนมาเที่ยวกันมากมายนั้นนั่นก็เพราะว่าลำคลองที่นี้มีสะพานทั้งหมดทั้งปวง 20 สะพานที่ดีไซน์มาแบบมีคอนเซ็บที่แตกต่าง อาทิเช่น สะพานท้องนาแรที่เป็นผู้แทนของผีเสื้อที่โบยบิน กับสะพานกวางเกียวที่เป็นเครื่องหมายที่ความลงตัวของสมัยก่อนแล้วก็อนาคต การออกแบบคลองของชาวประเทศเกาหลีนี้ไม่ได้ทำขึ้นมามั่วๆเนื่องจากแต่ละอย่างที่ได้ทำออกมาก็สื่อความหมายต่างกันออกไปนั่นเอง แล้วทุกสิ่งที่ได้ทำออกแบบนั้นไม่ว่าจะเป็นกำแพงที่ถูกตกแต่งตกแต่งด้วยหินอ่อนและก็ประติมากรรมที่งามข้างในนี้และภายนอก ซึ่งสองข้างทางของริมลำคลองนั้นเต็มไปด้วยร้านค้าคาเฟ่ร้านขายกาแฟร้านอาหารที่บรรยากาศดีๆมากเพื่อไว้นั่งพักผ่อนหย่อนใจด้วย ยิ่งหากเป็นในค่ำคืนก็จะสวยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะเหตุว่าตรงนี้จะมีการเปิดไฟเสริมแต่งตามทางเดินที่สามารถมาเดินเที่ยวได้ด้วย
ซึ่งน้ำในลำคลองนั้นก็จะไหลผ่านไปยังสถานที่สำคัญสำคัญหลายที่ในโซลไม่ว่าจะเป็น พระราชสำนักด๊อกซูกุง(Deoksugung Palace) โซลพลาซ่า(Seoul Plaza) ศูนย์เซจอง(Sejong Center) ถนนหนทางอินซาป่าดง(Insa-dong Street) พระราชวังชางด๊อกกุง(Changdeokgung Palace) และก็วังชางยองกุง(Changgyeonggung Palace) กล่าวได้ว่าเป็นคลองที่เลี้ยงผู้คนในเมือง เป็นสถานที่ที่ควรจะมาเที่ยวมากๆเลยละคะบางทีก็อาจจะมาแวะพักแวะท่องเที่ยวที่อื่นๆต่อ แล้วไม่จำเป็นต้องห่วงเลยว่าจะปิดกี่นาฬิกาอย่างไรกลัวไปไม่ทัน เพราะว่าคลองชอขี้ตระหนี่เยชอนเปิดให้เข้าท่องเที่ยวชมฟรีแน่ๆ อยากจะมาเวลาไหนก็สามารถมาได้ตลอด ทัวร์เกาหลี 24 ชั่วโมง ต้องการจะมาเที่ยวตอนไหนก็สามารถมาได้เลยจ๊าทุกฤดู
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 1 ทัวร์เกาหลี วัน
วันปิดกระทำ : เปิดแต่ละวัน

5 ที่เที่ยวเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ใน เกียวโต

ทัวร์ญี่ปุ่น ผู้ใดที่ชอบพอวัฒนธรรมแบบเริ่มแรกโบราณที่เข้าไปเที่ยวแล้วรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไป ก็จะต้องมาตรงนี้เลยเกียวโต เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แบบเริ่มแรกจะหาที่แห่งไหนมิได้อีกแล้ว ตรงนี้เต็มไปด้วยวัดและก็ศาลาโบราณโบราณแต่ว่าก็มิได้มีแค่นั้นนะคะ เพราะว่าก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดมากไม่น้อยเลยทีเดียวอีกด้วย เที่ยวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น
1. อิเนะ
(Ine)
เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงสงวนแบบดั้งเดิมอยู่ แล้วยังเหลืออยู่เพียงแค่ไม่กี่ที่ของญี่ปุ่นอีกด้วย แต่ที่นี่มีจุดแข็งที่ต่างจากที่อื่นเลยก็คือสำหรับในการก่อสร้างบ้านของเขา จะมีการทำบ้านยื่นออกมาไปในน้ำแล้วจะทำช่องจอดเรืออยู่ข้างในบ้านอีกด้วย จะเป็นการสร้างให้อยู่ติดๆกันตลอดเป็นแถวยาวของชายฝั่งทำให้เกิดเป็นภาพที่สวยงาม แปลกตาแตกต่างจากที่แหน่งใดเลยในญี่ปุ่น
2. วัดเอนยาคุจิ
(Enryakuji Temple)
ตัววัดได้ตั้งอยู่ในเทือกเขาฝั่งตะวันออกที่อยู่รอบๆระหว่างชายแดนของจังหวัดเกียวโตและจังหวัดชิงะ วัดแห่งนี้จัดว่ามีความหมายมากมายๆสำหรับศาสนาพุทธนิกายเทนได หรือจะให้เรียกว่าเป็นศูนย์กลางของนิกายนี้เลยก็ว่าได้จ้ะ แล้วที่สำคัญที่สุดเลยวัดแห่งนี้ยังเป็นที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาก ตรงนี้ก็จะมีสงฆ์ต่างๆมาเล่าเรียนกันไม่ว่าจะเป็นภิกษุที่เป็นที่รู้จักหรือเปล่ามีก็ตาม
3. สตูดิโอโทเออิ
(Toei Studio)
เป็นสตูดิโอที่ได้จำรองบ้านเมืองออกมาให้ราวกับสมัยยุคเอโดะ ซึ่งเขาก็สามารถทำมาได้เหมือนจริงสูงถึงเยอะที่สุดไม่ว่าจะเป็น ตึก บ้านที่พัก ร้านขายของต่างๆก็ต่างอ้างอิงตามรูปแบบของประวัติศาสตร์ในยุคนั้นแบบเป๊ะๆเพราะเหตุว่าอย่างนี้ก็เลยทำให้มีภาพยนตร์หลายๆเรื่องมาถ่ายทำที่นี่กันเยอะมากๆไงค่ะ แล้วจุดที่จะทำให้ฟินขึ้นไปอีกกับบรรยากาศในยุคเอโดะ ซึ่งก็คือข้าราชการต่างๆก็แต่งตัวย้อนยุคเช่นเดียวกันหมดอีกด้วย แล้วอย่างนี้จะพลาดที่จะมาท่องเที่ยวที่นี่ได้อย่างไรกันค่ะ
4. วัดเบียวโดอิน
(Byodoin Temple)
วัดเบียวโดอินเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบที่เด่นสูงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จากที่ไปเล่าเรียนมาว่าวัดมีสถาปัตยกรรมไม่เหมือนกับวัดที่อื่นในญี่ปุ่นอย่างไร คำตอบเป็นการผลิตวัดนี้จะยึดเอาแนวความคิดทางศาสนาพุทธมาเป็นแนวการส้รางวัดนั่นเอง จำต้องบอกก่อนว่าเมื่อก่อนตรงนี้นั้นไม่ได้เป็นวัดแต่เป็นบ้านพักผ่อนตากอากาศของคนทรงอิทธิพลในอดีตกาล แม้กระนั้นเนื่องจากลูกชายของผู้ครอบครองก็ได้เปลี่ยนจากบ้านพักให้เปลี่ยนมาเป็นวัดนั่นเอง ที่วัดนี้ก็มีห้องโถงฟินิกซ์ที่ดังมากๆเลื่องลือถึงขั้นมากมายลายเป็นสัญลักษณ์ข้างหลังของเหรียญเยนญี่ปุ่นอีกต่างหาก นี่บอกเลยว่าวัดแห่งนี้สำคัญต่อประเทศญี่ปุ่นจริงๆเลยจ้า
5. บริเวณฮิกาชิยาม่า
(Higashiyama)
เป็นถนนโบราณที่มีความสวยสดงดงามมากมายๆซึ่งตรงนี้เขาจะเอาไว้เดินเล่นช้อปปิ้ง เพื่อซึบดูดซับบรรยากาศโบราณของเมืองเกียวโต ข้างถนนของยอดแห่งนี้ก็จะเต็มไปด้วย ร้านขนม ร้านขายของของที่ระลึก แล้วก็ร้านค้าต่างๆมากไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วสองริมถนนนั้นที่เป็นร้านก็จะเป็นในรูปแบบตึกไม้ทรงโบราณในแบบเริ่มแรกของประเทศญี่ปุ่น เดินไปกินไปเที่ยวไปทำให้เกิดความรู้สึกถึงเมืองเก่าในแต่ก่อนของญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น แล้วนับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างมากของตรงนี้เลยค่ะ

6 ที่เที่ยวครบจบทุกๆอย่าง ในทุ่งนาโกย่า ไปแล้วโดน!!

เที่ยวญี่ปุ่น นาโกย่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองโตเกียวและโอซาก้า แต่ว่าก็เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมก็เลยมีสิ่งที่น่าดึงดูดจำนวนมาก ทั้งยังยังเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเฉพาะตัวเป็นศูนย์วัฒนธรรม ความทันสมัย รวมทั้งที่เที่ยว ที่กิน ที่ช็อป ที่ครบถ้วนบริบูรณ์เอามากๆวันนี้ฉันต้องการจะมาชี้แนะสถานที่ที่น่าดึงดูด เผื่อผู้ที่ต้องการจะไปเที่ยวทุ่งนาโกย่าแล้วไม่ทราบจะไปไหนดี ก็สามารถมาดูกันได้ว่ามีที่แหน่งใดน่าดึงดูดบ้าง เอาละมาดูกันดีกว่าเนอะ ป่ะ!
1. ปราสาททุ่งนาโกย่า
(Nagoya Castle)
เป็นพระราชวังที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนาโกย่ามามากกว่า 400 ปีซึ่งผู้ก่อตั้งเป็นรัฐบาลเอโดะ ที่ได้ถูกสร้างเพื่อมีที่อยู่ที่อาศัยของผู้มีอำนาจในสมัยนั้น ซึ่งผลิตขึ้นมาใหญ่มโหฬารเพื่อบ่งบอกถึงถึงความเจริญก้าวหน้าและอำนาจ จนกระทั่งตอนหลังได้เกิดการเผาไหม้ขึ้นในปี 1945 ตัวประสาทก็เลยได้ถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ในปี 1959 นั่นเอง
2. ศาลเจ้า
(Atsuta-Jingu)
ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่เป็นเวลายาวนานมากกว่า 1,900 ปี เป็นสถานที่ยอดนิยมสูงที่สุดของนักท่องเที่ยว แล้วยังถูกปกคลุมด้วยป่าที่เขียวขจีซึ่งต้นไม้ของที่นี่ได้ถูกตรวจทานแล้วพบว่าแก่มากยิ่งกว่า 1,000 ปีด้วย แม้จะถูกจัดอันดับให้เป็นรองศาลเจ้าอิเสะแต่ก็ยังนับว่าเป็นศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่มากเลยจริงๆ
3. สวนโทกุคาวะ
(Tokugawaen)
สวนประเทศญี่ปุ่นแห่งนี้เคยเป็นของครอบครัวใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเคยใช้เป็นที่อาศัย ปัจจุบันนี้สวนที่นี้ได้มีการจัดแต่งในลักษณะของไดเมียวเริ่มแรก สวนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางที่ล้อมรอบไปด้วยสระน้ำและเป็นตัวอย่างทิวทัศน์ทางธรรมชาติของญี่ปุ่น ซึ่งจะมีน้ำตกขนาดเล็กไหลสู่ทะเลสาบเป็นภาพที่หาดูได้ยากมากมายก่ายกอง
4. พระราชวังอินุยามะ
(Inuyama ทัวร์ญี่ปุ่น Castle)
เป็นปราสาทที่มีประวัติศาสตร์นานตั้งแต่ 1537 ซึ่งตัววังนั้นถูกตั้งตามแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่สุดของประเทศญี่ปุ่นก็เลยถูกนับให้เป็นโภคทรัพย์แห่งชาติ แม้ว่าในวังจะค่อนข้างเล็กและแคบแม้กระนั้นก็ถือว่าเป็นที่ที่มีบันไดที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในบรรดาพระราชวังทั้งสิ้น
5. มิดแลนด์สแควร์
(Midland Square)
เป็นตึกที่สูงที่สุดในนาโกย่าที่อยู่ข้างสถานีนาโกย่า ตัวตึกมีความสูงถึง 247 เมตรแล้วมีดาดฟ้าครึ่งเปิดเตียนที่ชื่อว่า Sky Promenade หากไปอยู่บนชั้นบนสุดก็จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้แบบ 360 องศา จึงทำให้ที่นี่เป็นจุดสำหรับชมวิวที่เหมาะสมที่สุดในท้องนาโกย่า แล้วหากว่าหิวก็สามารถทานดินเนอร์พร้อมกับดูวิวได้ด้วย
6. ตึกโอเอซิส 21
(Oasis 21)
ยอดเยี่ยมในสถานที่ท่องเที่ยวที่ล้ำยุคแล้วพลาดมิได้เลย ซึ่งที่นี่ได้เป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่รอบๆห้างสรรพสินค้าที่ครึกครื้นของเมืองนาโกย่าที่จะมีอีกทั้ง สวนสาธารณะ เที่ยวญี่ปุ่น สถานีปลายทาง รถบัส ศูนย์การค้าที่ครบวงจร บอกเลยว่าที่นี่เที่ยวได้ทั้งยังตอนกลางวันรวมทั้งค่ำคืนซึ่งบรรยากาศก็จำต้องแตกต่างกัน แม้กระนั้นก็จะให้ความประทับที่ดีไม่ต่างอะไรกันเลยจ๊า

4 ร้านสายหมูย่างประเทศเกาหลี ที่ต้องมากินในกรุงโซล!!

ทัวร์เกาหลี ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยไปประเทศเกาหลีก็น่าจะคิดว่าเว้นแต่เรื่องเที่ยวแล้วควรไปรับประทานอะไรเป็นพิเศษดี ซึ่งนี้ก็เลยต้องการจะเสนอแนะเมนูพิเศษที่บอกไว้ว่าถ้าไปประเทศเกาหลีแล้วจะต้องรับประทานให้ได้ ยิ่งผู้ใดเป็นสายรับประทานปิ้งย่างแล้วละก็ร้านค้าหมูย่างที่พวกเราจะแนะนำวันนี้คุณต้องถูกอกถูกใจอย่างแน่แท้ ดูกันเลยว่ามีร้านค้าไหนบ้างในกรุงโซลบ้าง!!

1. จองแดโพ
Jeongdaepo
เป็นห้องอาหารปิ้งย่างในกรุงโซลของประเทศเกาหลีที่โด่งดังมากมาย บอกแล้วว่าร้านค้านี้ได้ออกรายการทีวีมาแล้ว ก็เลยรับประกันได้เลยว่าจะต้องอร่อยมากเลยจริงๆคุณลักษณะเด่นของร้านนี้เลยก็คือจะใช้เตาแบบกระทะวงแหวน ซึ่งจะสามารถทำให้ปิ้งเนื้อหมูไปพร้อมๆกับไข่รวมทั้งชีสได้ด้วย ทั้งเนื้อหมูของร้านนี้บอกเลยว่าออกมาได้รสที่เยี่ยมยอดสุดๆเนื้อนุ่มยิ่งกินห่อผักด้วยแล้วก็อร่อยกระทั่งต้องบอกต่อ
พิกัด : มาโป
เวลาเปิดปิด : 11:00-02:00 น.

2. ฮงบาร์
Hong Bar
เป็นร้านค้าที่จะจะต้องถูกใจสำหรับผู้ที่ชอบกินบุฟเฟ่อย่างแน่ๆ เพราะที่นี่เขามีรายการอาหารปิ้งย่างให้รับประทานแบบจุใจในราคาเริ่ม 12,900 วอนเหลือเพียงแค่ประมาณ 390 บาทเท่านั้น นอนว่าถ้าเกิดเป็นร้านค้าบุฟเฟ่ก็ควรจะมีอาหารอันอื่นให้กินกันอีกด้วย ก็จะมีพวกเกี๊ยวซ่า สปาเกตตี้ สลัด ซุป ทัวร์เกาหลีราคาถูก ข้าวผัด ข้าวสุก และมีของเคียงต่างๆรวมถึงผลไม้และขนมให้คุณได้อิ่ม แล้วก็ได้รับประทานนานัปการในมื้อเดียวแบจุใจกันไปเลย
พิกัด : เมียงป่า
เวลาเปิดปิด : 11:00-22:00 น.

3. พัลแซก ทัวร์เกาหลีราคาถูก ซัมกยอบซัล
Palsaek Samgyeopsal
เป็นร้านค้าหมูย่างเกาหลีที่โด่งดังมาก ซึ่งได้ออกรายการทีวีมาแล้วมหาศาล ข้อดีของร้านค้านี้ทีเด็ดเลยก็คือเนื้อหมูย่างของเขานั้นมีให้เลือกถึง 8 สี 8 ประเภท ซึ่งเนื้อหมูแต่ละอย่างนั้นก็ได้ผ่านการพัฒนารวมทั้งปรับแก้เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านค้านี้เลย บอกเลยว่าเนื้อหมูแล้วก็รสชาติของร้านนี้จะไม่เหมือนที่อื่นเลยเด็ดขาด ทั้งเบอร์นี้ยังมีสาขาขยายในต่างถิ่นมากมายก่ายกองอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน หรืออเมริกา อย่างงี้จำเป็นต้องไปลองชะแล้ว!!
พิกัด : มาโป
เวลาเปิดปิด : 11:00-00:00 น.

4. ฮานัม ทเวจีจิบ
Hanam Dwaeji jib
ห้องอาหารสไตล์เกาหลีแบบจะมีบุคลากรที่คอยปิ้งหมูให้คุณกินด้วย ซึ่งในร้านนั้นจะเน้นย้ำแบบสบายๆกันเอง เนื้อหมูของที่นี่นั้นบอกได้เลยมีคุณภาพที่อร่อยรวมทั้งเด็ดมาก ผักสดหรือเครื่องแนมต่างๆก็อร่อย อีกทีที่นี่ยังมีกิมจิแบบโฮมเมดซึ่งทางร้านค้าสร้างขึ้นมาเองอีกด้วย คนใดที่อยากกินแบบสบายๆสไตล์ประเทศเกาหลีก็สามารถมานั่งกินร้านนี้ได้เลย
พิกัด : จงโน
เวลาเปิดปิด : 17:00-00:00 น.

6 สถานที่ในแต่ว่าฤดูกาลที่สะดุดตาและก็น่าท่องเที่ยวใน เวียดนาม

เที่ยวเวียดนาม คุณกำลังรู้สึกว่าในช่วงฤดูนี้น่าจะไปเที่ยวที่แห่งไหนในเวียดนามดีหรือไม่ ถ้าหากว่าใช่คุณมาถูกทางแล้ว ด้วยเหตุว่าในเนื้อหานี้เราจะมาแนะนำสถานที่น่าเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เด่นรวมทั้งเป็นที่นิยมในเวียดนาม ว่าในช่วงฤดูกาลนั้นๆที่ใดที่น่าจะมาเที่ยว เอาละเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีแม้กระนั้นไม่ทราบนั้นมีที่น่าท่องเที่ยวไหนบ้างตามมาเลยจ้ะ
ฤดูใบไม้ผลิ
(มี.ค. – พฤษภาคม)
1. ฮานอย
(Hanoi)
ในช่วงฤดูนี้จะเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายถึงแม้ว่าจะมีฝนตกบ้างก็ตาม ไม่ว่าคุณจะมองดูไปทางไหนก็จะมองเห็นต้นไม้ที่เขียวชอุ่มไปทุกๆที่ บอกเลยว่าฤดูนี้เหมาะสมแก่การแวะมาเที่ยวมากมายก่ายกอง ก็เลยขอชี้แนะฮานอยที่เป็นเวียดนามตอนบน ซึ่งการมาท่องเที่ยวที่นี่จะช่วยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาก้าวหน้าเป็นอันมาก ถึงฮานอยก็ยังจะมีฝนตกอยู่น้อยแม้กระนั้นโดยรวมแล้วอากาศก็กำลังพอดีเหมาะสมกับการเดินเล่นเล่น ก็มีสถานที่เที่ยวจำนวนมากไปหมดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์รวมทั้งมนต์ขลังค่ะ
หน้าร้อน
(เดือนมิถุนายน – ส.ค.)
2. ไฮฟอง
(Haiphong)
ในช่วงฤดูร้อนนี้จะเป็นช่วงที่ฝนตกบ่อยครั้งถึงแม้ว่าฝนจะตกบ่อยมากแม้กระนั้นก็ยังมีอากาศร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านพวกเราเลยละค่ะ ไฮฟองก็เป็นอีกหนึ่งเมืองตากอากาศของฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีอากาศที่มีชีวิตชีวาต่อให้ร้อนไปบ้างก็ตาม ที่ตรงนี้มีอพาร์เม้นท์รวมทั้งรีสอร์ทจำนวนมากล้นหลามให้เลือกพักกัน โดยเหตุนี้ไม่จำเป็นต้องห่วงเลยว่าจะไม่มีบ้านพัก คนไหนกันที่อยากเล่นน้ำทะเลแนะนำให้เล่นช่วงปลายหน้าร้อน เพราะเป็นช่วงที่น้ำทะเลกำลังอุ่นสามารถก็เลยลงเล่นน้ำทะเลได้
ฤดูใบไม้ร่วง
(ก.ย. – พ.ย.)
3. กว๋างนิญ
(Quang Ninh)
เป็นฤดูที่เย็นสบายแล้วก็น่ามาเที่ยวที่สุดเนื่องจากว่ามีฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆก็เลยเหมาะสมกับการมาเดินเที่ยวเล่นดูเมืองหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งมากๆจ้ะ ถามคำถามว่าที่เที่ยวทางทะเลที่โด่งดังที่สุดของเวียดนามเป็นที่แหน่งใดก็จำเป็นต้องที่นี่เลยกว๋างนิญ เป็นในช่วงที่กำลังคลื่นสงบลมเย็นสบายจึงเหมาะกับการหลอกงเรือดูบรรยากาศเอามากๆในฤดูนี้
ฤดูหนาว
(ธันวาคม – ก.พ.)
4. ซาขว้าง
(Sapa)
เป็นฤดูที่เย็นที่สุดในรอบปีของเวียดนามก็เพราะเหตุว่าเป็นฤดูหนาว ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว 7 ถึง 20 องศาเซลเซียส เที่ยวเวียดนาม อากาศหนาวอย่างนี้คุณควรต้องมาสัมผัสบรรยากาศเมืองสไตล์ยุโรปที่อยู่ท่ามกลางซอกเขากันที่ซาปากันดีมากกว่า เพื่อนฝูงๆสามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปียิ่งผู้ที่ประทับใจความหนาวเหน็บถูกใจหิม ะก็สามารถมาท่องเที่ยวได้ไพเราะหิมะตกดูเหมือนจะทุกปีนั่นเอง
ฤดูฝน
(เดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม)
5. ฮอยอัน
(Hoi An)
ช่วงฤดูฝนถึงแม้จะเป็นช่วงที่บางคนบางครั้งก็อาจจะไม่ชอบเพราะว่าทำให้โชก แม้กระนั้นจำเป็นต้องขอบอกเลยค่ะคะว่าขณะนี้เป็นตอนที่ธรรมชาติงามที่สุดต้นม้งต้นไม้เขียวชอุ่มตกลงกันได้อย่างเต็มเปี่ยม แล้วเป็นช่วงที่พายุฝนยังไม่หนักเท่าใด ด้วยเหตุนี้ควรต้องมาท่องเที่ยวกันที่ฮอยอันที่เป็นเมืองประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอันเก่าแก่ ที่นี่จะเต็มไปด้วยสถานที่เที่ยวโบราณและสถาปัตยกรรมรุ่นเก่ามาก บอกแล้วว่าถ้าเกิดได้มาแล้วต้องหลงเสน่ห์ที่นี่อย่างแน่แท้
หน้าแล้ง
(พ.ย. – ม.ย.)
6. เที่ยวเวียดนาม โฮจิมินห์ซิตี้
(Ho Chi Minh City)
คนไหนที่ไม่ได้อยากต้องการจะเที่ยวแบบฝนตกแฉะหรืออากาศหนาวรวมทั้งมาท่องเที่ยวดูแลนี้ดีเยี่ยมที่สุดแล้วค่ะ ถึงจะบอกว่าเป็นหน้าแล้งแต่อากาศก็ไม่ได้ร้อนเลยแถมอุณหภูมิก็ยังพอดีพอดิบพอดีด้วย ท่องเที่ยวที่น่าไปในก็คือโฮจิมินห์สิตี้ที่เป็นเมืองแห่งความล้ำยุครวมทั้งมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่สามารถแลเห็นได้ทั่วเมือง ผู้ที่ถูกใจประวัติศาสตร์และที่มาที่ไปแล้วก็ความเก่าแก่ของสถานที่ ที่นี่คงจะตอบปัญหาคุณอย่างยิ่ง

4 สถานที่เที่ยวหมู่บ้านสไตล์ยุโรป ในเกาหลี!!!

ทัวร์เกาหลีราคาถูก คนใดที่จะอยากท่องเที่ยวประเทศเกาหลี ทัวร์เกาหลี และต้องการที่จะท่องเที่ยวแบบสไตล์ยุโรปด้วย วันนี้เราก็เลยมีสถานที่เที่ยวเป็นหมู่บ้านสไตล์ยุโรปที่อยู่ในเกาหลี!! บอกเลยว่าคุณจำเป็นที่จะต้องรักหมู่บ้านที่พวกเราได้เสนอแนะไปแน่ๆเนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการจะแนะนำนี้ บอกเลยว่าบรรยากาศดีอาหารอร่อย ทัวร์เกาหลี อีกทั้งยังเป็นแบบสไตล์ยุโรปอีกด้วย เอาล่ะพวกเรามาดูกันเลยว่ามีหมู่บ้านอะไรบ้าง ตามกันมาเลยนะ!!

1. หมู่บ้านเทพนิยาย
Fairytale Village
ในตอนปี ค.ศ. 1883 เมืองอินชอน ได้รับการตั้งให้เป็นเมืองท่า ก็เลยทำให้มีคนต่างชาติมากเข้ามาตั้งภูมิลำเนาในย่านนี้โดยเฉพาะชาวจีน และก็เนื่องจากคนประเทศอื่นเข้ามาตั้งรกรากที่นี่กันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้คนประเทศเกาหลีจำต้องย้ายที่อยู่ออกไปดำเนินชีวิตที่เมืองอื่น ทำให้เมืองแห่งนี้มีความสนุกสนานลดน้อยลงและก็เงียบเหงา ราษฎรต่างๆก็ได้คิดกันว่าจะเอาไงดีให้เมืองแห่งนี้กลับมามีชีวิตรวมทั้งสีสันอีกที จึงได้มีไอเดียสำหรับเพื่อการตกแต่งเมืองทั้งเมืองให้มีตัวการ์ตูนหรือเทพนิยายในเรื่องต่างๆก็เลยทำให้ตรงนี้เต็มไปด้วยความแจ่มใสสไตล์ยุโรปของการ์ตูน การมาเที่ยวหมู่บ้านที่นี้จะทำให้คุณรู้สึกเสมือนย้อนวัยเด็กอีกที รวมทั้งรู้สึกราวกับได้ท่องเที่ยวสวนสนุกเลยล่ะค่ะ

2. หมู่บ้านสีลูกกวาด
Provence Village
ตั้งอยู่ที่เมืองพาจู จังหวัดคยองกี อยู่ใกล้กับชายแดนของเกาหลีเหนือ สถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมที่นักเดินทางจะมาท่องเที่ยวที่นี่กันเป็นจำนวนมาก หมู่บ้านแห่งนี้ก็จะให้บรรยากาศแบบยุโรปราวกับหมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในบ้านแต่ละข้างหลังนั้นจะมีสีสันที่สดใส ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านหน้าต่างประตูก็ถูกแต่งแต้มให้มีชีวิตชีวาที่น่ามองที่มีสีเสมือนลูกกวาด ทั้งยังร้านค้าของตรงนี้ยังมีความเป็นเอกลักษณ์มหาศาลเลยคะ เนื่องจากมีการตกแต่งร้านค้าและก็ลักษณะของงานที่ไม่ซ้ำกัน ทั้งยังที่นี่ยังมีร้านเบเกอรี่รวมทั้งร้านค้าสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมยวนใจตั้งแต่เข้ามาในเมือง มีเสื้อผ้าและร้านคาเฟ่สไตล์ยุโรปอีกด้วย

3. หมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส
Petite France
เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมประเทศฝรั่งเศสขนาดเล็ก ที่ถูกทำขึ้นเพื่อรำลึกถึง อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี นักเขียนเรื่องเจ้าชายน้อยนั่นเอง บ้านเรือนของที่นี่จะเป็นสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นของประเทศฝรั่งเศส สีสันแจ่มใสตัวอาคารจะเน้นย้ำเป็นสีเหลืองและหลังคาเป็นสีน้ำตาลอ่อนที่เรียงหน้ากันอย่างงดงาม แล้วตรงนี้ก็ยังเคยใช้ถ่ายทำละครของประเทศเกาหลีมากมายก่ายกอง บอกเลยนะว่าที่นี่บรรยากาศดีไม่แพ้กับฝรั่งเศสจริงๆเลยทีเดียว

4. ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทาวน์
Edelweiss Swiss
ตั้งอยู่ในเมืองค้างพยอง จังหวัดคยองกี เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ได้สร้างตามสไตล์บ้านช่องในบ้านนอกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาคารนั้นก็ได้ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันที่แจ่มใสตัดกับเทือกเขาที่เขียวชะอุ่มที่ปิดล้อมเมือง ถ้าหากจะให้พูดในเรื่องของบรรยากาศบอกเลยว่าไม่แพ้ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลย ด้วยเทือกเขาที่เขียวขจีแล้วก็ความแตกต่างจากเมือง จึงทำให้ตรงนี้ดีบรรยากาศที่ผ่อนคลายรวมทั้งเย็นสบายเป็นอย่างมาก เหมาะสมกับคนที่อยากมาท่องเที่ยวแล้วไม่อยากพบความอลหม่านเป็นอันมาก

สิ่งที่ควรจะจัดแจงก่อนไปเที่ยวเวียดนาม

เที่ยวเวียดนาม การไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือไปกับทัวร์เวียดนามนั้น ถึงแม้ว่าประเทศเวียดนามจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มองสภาพแวดล้อมและก็ไม่น่าจะแตกต่างจากเมืองไทยเยอะแค่ไหน แต่ว่าขึ้นชื่อว่าต่างแดนยังไงซะก็ควรจะมีสิ่งที่แตกต่างกับประเทศของพวกเราแน่ๆ จดจำไว้เลยว่าการเตรียมตัวที่ดีนั้นจะมีผลให้พวกเรามิได้ไปทุกข์ยากลำบากในภายภาคหน้า เตรียมตัวให้พร้อมก่อนดียิ่งกว่าไปตายเอากระบี่หน้าจริงไหมล่ะ วันนี้เราจะขอมาเสนอแนะการเตรียมพร้อมก่อนที่จะได้มีการเดินทางไปเที่ยวเวียดนาม ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างตามมาค่ะ
สิ่งที่จะต้องเตรียมพร้อมก่อนออกท่องเที่ยวเวียดนาม
1. ลักษณะอากาศ
ในประเทศเวียดนามนั้นมีอยู่ 4 ฤดูเป็นฤดูใบไม้ผลิ หน้าร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว โดยเหตุนี้ก่อนที่จะได้มีการเดินทางไปเที่ยวเวียดนามควรศึกษาค้นคว้าเรื่องฝนอากาศให้ดีชะก่อน ลักษณะอากาศของประเทศเวียดนามนั้นก็จะต่างกันออกไปตามภูมิภาค เราน่าจะศึกษาว่าจะท่องเที่ยวฤดูไหนของเวียดนาม เพราะในแต่ละฤดูนั้นสิ่งที่น่าดึงดูดมีแตกต่างกันออกไป
2. เงิน
เงินอย่างนั้นหน่วยเงินที่ใช้ในเวียดนามมันก็คือเวียนนามดอง(VND) คนไทยส่วนใหญ่จะแลกเงินบาทไทยเป็นเงินเวียดนามจากร้านรับแลกเงินในไทยไปเลย นั่นก็เพราะเหตุว่าสะดวกรวดเร็วกว่า
ข้อควรปฏิบัติตาม
– แบงค์ 500,000 VND สีคล้ายกับ ทัวร์เวียดนาม แบงค์ 20,000 VND
– แบงค์ 100,000 VND สีคล้ายกับ แบงค์ 10,000 VND
– แบงค์ 50,000 VND ทัวร์เวียดนาม สีคล้ายกับ แบงค์ 200,000 VND
– แบงค์ 2,000 VND สีคล้ายกับ แบงค์ 1,000 VND
3. ตระเตรียมที่พัก
ถ้าเกิดคุณไปกับทัวร์เวียดนามประเด็นการจองที่พักนี้ก็จบปัญหาไปได้เลย ส่วนมากจะมีบริการห้องเช่ารวมไปด้วยอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเกิดคุณเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยตัวเอง แนะนำว่าให้คุณจองที่พักไว้ก่อนที่จะไปถึง แต่ว่าสิ่งที่ต้องระวังก็คือคุณควรจองที่พักกับเว็บที่มีความน่านับถือเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเงินของคุณอาจจะหายไปกับตาโดยที่ไม่ได้บ้านพักเลย
4. ประกันการเดินทาง
ในการไปท่องเที่ยวต่างถิ่นนั้น เสนอแนะว่าให้ทำรับรองการเดินทางเอาไว้ แล้วหากมีปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหายป่วยให้ขึ้นมาประกันการเดินทางนี้ก็จะช่วยป้องกันการดูแลค่ารักษาพยาบาลและปัญหาหาต่างได้ พวกเราไม่ได้บังคับให้ท่านซื้อนะคะแต่ว่าถ้าหากว่าซื้อไว้ก็จะไม่เป็นอันตรายรวมทั้งอุ่นใจมากกว่า
5. เสื้อผ้าแล้วก็ของจำเป็น
คุณควรจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าสภาพภูมิอากาศในช่วงที่คุณจะเดินทางไปด้วย แล้วก็อย่าลืมเอาของที่หลักๆติดกระเป่ามาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ยา เงิน หรือบัตรต่างๆ
6. จัดเตรียมเอกสาร
ถึงแม้ว่าการเข้าออกประเทศเวียดนามเกิดเรื่องที่ง่าย แต่ยังไงก็จำเป็นต้องเอาอย่างกฎระเบียบการเข้าเมืองอย่างแม่นยำ ท่องเที่ยวไทยสามารถอาศัยอยู่ในประเทศเวียดนามได้ตรงเวลา 30 วัน โดยควรมีหนังสือเดินทางพาสปอร์ตที่มีอายุเดินทางมากยิ่งกว่า 6 ข้างขึ้นไป คุณอย่าลืมพิจารณาวันหมดอายุของหนังสือเดินทาง และก็อย่าลืมเอกสารสำคัญอื่นๆที่คุณควรต้องเตรียมพร้อมในการไปด้วยดังเช่นใบจองบังกะโลบ้านพักสำเนาหนังสือเดินทาง เป็นต้น
การเตรียมพร้อมไว้ก่อนนั้นเรียกได้ว่า เตรียมความพร้อมดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เนื้อหานี้จะช่วยทำให้คุณเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวเวียดนามได้ และหวังว่าคุณจะได้ประสบการณ์สำหรับการเที่ยวเวียดนาม

4 สวนสนุกที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น สนุกแบบสุดเวี่ยง!!

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก สวนสนุกเป็นสิ่งที่หลายท่านถูกใจ บางคนท่องเที่ยวสวนสนุกก็เพราะไปกับครอบครัวบางคนก็ไปกับคนรัก แล้วถ้าเกิดคุณอยากจะไปเที่ยวสวนสนุกที่ญี่ปุ่น ซึ่งสวนสนุกของประเทศญี่ปุ่นก็จะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราก็เลยขอสมัครใจเสนอแนะสวนสนุกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ยืนยันได้เลยว่าคุณต้องบันเทิงใจเต็มที่เมื่อเข้าไปเล่นอย่างแน่นอน!
1. โตเกียวดิสนีย์แลนด์
Tokyo Disneyland
เป็นสวนสนุกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย เที่ยวญี่ปุ่น สวนสนุกที่นี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แล้วยิ่งเป็นผู้ที่ถูกใจเกี่ยวกับการ์ตูนดิสนีย์ด้วยแล้วละก็ จำเป็นต้องปลื้มและก็ชอบพอสวนสนุกที่นี้มากมายอย่างแน่นอน เมื่อคุณเข้าไปอยู่ในด้านในคุณจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกที่การ์ตูน ซึ่งทีเด็ดของที่นี่จะเป็นขบวนพาเหรดตัวการ์ตูนดิสนีย์ศูนย์รวมการ์ตูนดิสนีย์มามากมายให้ท่านได้ตื่นตาตื่นใจแบบสุดๆ
เวลาทำการ : วันปกติ 09:00-22:00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ 08:00-22:00 น.
วันหยุดราชการ 08:00-22:00 น.
2. โตเกียวดิสนีย์ซี
Tokyo Disney Sea
เป็นสวนสนุกที่ตั้งอยู่ติดกับเมืองโตเกียวดิสนีย์แลนด์ แรงดลใจในการสร้างสวนสนุกแห่งนี้ได้มาจากเทพนิยายแล้วก็ตำนานเกี่ยวกับท้องทะเล โซนด้านในจึงจะเกี่ยวกับน้ำรวมทั้งส่วนใหญ่ก็จะได้แรงจูงใจจากภาพยนตร์ดิสนีย์ที่เกี่ยวกับสมุทรด้วย โดยส่วนใหญ่ในเครื่องเล่นจะมีเครื่องเล่นเกี่ยวกับน้ำ แม้กระนั้นก็ยังมีเครื่องเล่นที่ไม่เล่นทางทะเลก็มีซึ่งเหมาะกับนักเดินทางที่ไม่ต้องการโดนน้ำอีกด้วย
เวลาทำการ : วันปกติ 09:00-22:00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ 08:00-22:00 น.
วันหยุดราชการ 08:00-22:00 น.
3. ฟูจิคิว ไฮแลนด์
Fuji-Q Highland
สวนสนุกแห่งนี้เหมาะกับผู้ที่พอใจเล่นอะไรหวาดเสียวและก็ตื่นเต้น ตรงนี้มีเครื่องเล่นแนวรถไฟเหาะเยอะมากๆไม่ว่าจะเป็นรถไฟเหาะขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 79 เมตรรวมทั้งมีความเร็วถึง 130 กิโล/ชั่วโมง หรอถ้าหากยังหวานเขียวไม่เพียงพอก็มีรถไฟเหาะได้ทำมุมเยอะที่สุดในโลกถึง 121 องศา อีกทั้งยังมีความสูงถึง 43 เมตรอีกด้วย นอกเหนือจากที่จะมีเครื่องเล่นหวาดเสียวแล้วตรงนี้ก็ยังมีเครื่องเล่นฯลฯไม่ว่าจะเป็นบ้านผีสิงที่น่ากลัวเอามากๆหรือเกมที่ทำให้พวกเราเอาอย่างสายลับบุกเข้าไปขโมยกล่องดำ จึงบอกได้เลยว่าที่นี่เหมาะกับผู้ที่ประทับใจความระทึกใจแล้วก็ท้าเป็นอย่างยิ่ง และไม่เหมาะสำหรับเด็กที่จะมาเล่นอีกด้วย
เวลาทำการ : 09:00 -18:00 น. (ไม่มีวันหยุดประจำ)
4. สวนสนุกฮิรากาตะ ปาร์ค โอซาก้า
Hirakata Park Osaka
เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่อยู่ในโอซาก้า สวนสนุกแห่งนี้เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1910 สวนสนุกที่นี่ก็เลยเหมาะกับการมาเที่ยวกับครอบครัว เพราะเหตุว่ามีเครื่องเล่นแล้วก็มีกิจกรรมสำหรับครอบครัว จุดแข็งของตรงนี้เลยก็คือรถไฟบินที่ทำมาจากไม้ เป็นรถไฟที่ทำให้เกิดความรู้สึกถึงความหวาดเสียวแล้วก็ความคลาสสิคเข้าด้วยกัน จากเครื่องเล่นนี้แล้วหลังจากนั้นก็ยังมีเครื่องเล่นอื่นๆหรือมีโซนที่น่าสนใจอีกด้วย ดังเช่น โซนของสัตว์น่ารักๆโซนสวนดอกกุหลาบงามๆฯลฯ
เวลาทำการ : 10:00-18:00 น. ทัวร์ญี่ปุ่น (เวลาเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละฤดูกาล)

เรื่องคุณควรทราบก่อนที่จะท่องเที่ยวเวียดนาม

ทัวร์เวียดนามราคาถูก ผู้ใดกันกำลังจะออกเดินทางไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือกำลังจองทัวร์เวียดนามอยู่มาฟังกันทางนี้ก่อน วันนี้พวกเราจะมาพาคุณที่รู้เรื่องของประเทศเวียดนามก่อนที่คุณจะท่องเที่ยวตรงนั้น อย่างนั้นก็เพื่อจะได้ท่องเที่ยวกันแบบเบิกบาน รับรองเลยว่าข้อมูลที่เรากำลังจะให้คุณนี้จะมีคุณประโยชน์แก่คุณแน่นอน
เวียดนาม
ปริมาณสามัญชน : 90.5 ล้านคน
เชื้อชาติ : ชาวเวียดนามถูกแบ่งออกเป็นคนกลุ่มน้อย รวมแล้วราวๆ 53 ชาติด้วยกัน
สกุลเงินของเวียดนาม : vietnamese dong (VND)
เมืองหลวง : ฮานอย
ภาษาที่ใช้ ทัวร์เวียดนาม : ภาษาเวียดนาม
โซนเวลา : UTC+7
นี่เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่คุณควรเข้าใจดีแล้วก็เป็นข้อมูลทั่วไปของประเทศเวียดนาม
ห้องอาหารที่ชี้แนะ
1. PHO
เป็นร้านค้าสุกี้ที่อร่อยที่สุดจะมีรสชาติคล้ายกับสุกี้บ้านพวกเราเลย มีน้ำซุปแล้วก็ของเคียงก็จัดจ้านสินใจ บอกเลยว่าคนใดกันถูกใจอาหารรสจัดแบบถึงพริกถึงขิงก็แนะนำร้านนี้เลย
2. MANH MI
ร้านค้าแซนวิชที่อร่อยมากๆแล้วก็ลือชื่อในเรื่องของขนมปังที่มีเนื้อนุ่ม อาหารร้านนี้จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องอร่อยถูกใจรวมทั้งราคาประหยัดกระเป๋าแน่ๆ
3. BANH KHOT
ร้านค้านี้บอกเลยว่าคุณห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะมีอีกทั้งเมนูอร่อยมากมาย มีไฮไลท์พิเศษอย่างแพนขนมเค้กที่ผสมด้วยเนื้อกุ้งแล้วก็ต้นหอม ถ้าหากคุณใคร่รู้ว่าแพนขนมเค้กกับกุ้งบวกกับต้นหอมจะมีรสชาติออกมาแบบไหน คุณจำต้องมากินร้านนี้มองเลยจ๊ะ
สภาพอากาศ
ในตอนเดือน เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม, พ.ย.-เมษายน
เวียดนามเหนือ (ฮานอย) 25 องศา – 35 องศา ,11 องศา – 25 องศา
เวียดนามกลาง (ฮอย อัน) 25 องศา – 35 องศา, 18 องศา – 25 องศา
เวียดนามใต้ (โฮจิมินห์) 25 องศา – 35 องศา, 20 องศา – 30 องศา
เรื่องที่ไม่สมควรทำเมื่อท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม
1. ไม่ควรไปเยี่ยมบ้านคนเวียดนาม โดยไม่แจ้งล่วงหน้าเพราะคนเวียดนามจะรู้สึกอับอายที่มิได้จัดแจงหรือจัดอาหารต้อนรับแขก
2. ไม่ควรปฏิเสธเครื่องดื่มหรือของหวานที่คนเวียดนามจัดไว้ต้อนรับเพราะถือได้ว่าเรื่องไม่สุภาพและไม่สุภาพเรียบร้อย
3. ไม่สมควรรับประทานอาหารว่างรวมทั้งเครื่องดื่มระหว่างการประชุม เพราะถือว่าเสียมารยาทอย่างมาก ควรรอคอยให้การประชุมสำเร็จก่อน
4. ไม่ควรใช้ตะเกียบชี้บุคคลแล้วก็ข้าวของ ในขณะทานอาหาร
5. ไม่สมควรยืนเท้าเอว หรือกอดอก ขณะพูดคุยสนทนากับบุคคลอื่นเนื่องจากถือเป็นการไม่สุภาพ
6. ไม่ควรเสวนาเรื่องศาสนาความเลื่อมใส การบ้านการเมือง หรือการสู้รบเวียดนาม
7. เที่ยวเวียดนาม ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปตึกสถานที่ต่างๆของรัฐบาลในเวียดนาม
8. ไม่ควรให้ของขวัญที่มีสีดำ หรือดอกไม้สีขาว เช่น ดอกต้นเบญจมาศ เพราะเหตุว่าเป็นเครื่องหมายของความเศร้าโศกหรืองานฌาปนกิจศพ
9. ไม่สมควรมอบสิ่งของมีคมต่างๆอาทิเช่น มีดหรือกรรไกร เพราะเหตุว่าคนเวียดนามถือเป็นการตัดสายสัมพันธ์อันดีแก่กัน
10. ไม่ควรยื่นข้าวของหรือพูดคุยข้ามศีรษะบุคคลอื่น ถือว่าเป็นการเสียมารยาท
นี่ก็เป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆที่คุณน่าจะทราบเกี่ยวกับประเทศเวียดนามก่อนจะท่องเที่ยวที่นั่น เวียดนามนับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าท่องเที่ยวไม่แพ้ประเทศมีไหนๆเลย แถมยังมีบรรยากาศที่ดีและที่สำคัญใช้งบสำหรับการไปท่องเที่ยวแบบสบายกระเป๋า กำลังจะไปท่องเที่ยวเวียดนามรวมทั้งขอให้คุณเที่ยวอย่างสนุก แล้วอย่าลืมศึกษาเล่าเรียนข้อมูลก่อนที่จะท่องเที่ยวที่ดีนะคะ