5 เมืองน่าเที่ยวในญี่ปุ่น ที่จะต้องไปให้ได้!!

เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นท่องเที่ยวไหนดี? เป็นปัญหาที่คนจำนวนไม่น้อยคิดหลายๆครั้งอย่างแน่แท้ ยิ่งถ้าเกิดเป็นคนที่กำลังไปเที่ยวญี่ปุ่นทีแรกด้วยแล้ว ก็คงจะคิดนับไม่ถ้วน จริงๆก็ไม่ประหลาดใจว่าทำไมถึงจะต้องคิดและก็ตั้งข้อซักถามว่าจะไปเที่ยวตรงไหนเมืองไหนดีในประเทศประเทศญี่ปุ่น เพราะว่าตรงนี้เป็นประเทศที่ สวยสดงดงาม มีเสน่ห์ บรรยากาศดี ธรรมชาติสวย แหล่งอาหารก็อร่อย ทั้งยังมีแหล่งช้อปปิ้งเยอะแยะนับไม่ถ้วน
วันนี้พวกเราก็เลยหาเมืองเด็ดๆที่เมื่อคุณไปประเทศญี่ปุ่นแล้ว จำเป็นจะต้องไปเมืองเหล่านี้ให้ได้!! มีเมืองไหนบ้างนะ ตามมามองกันเลย
1. เที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว / Tokyo
เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม แฟชั่น เทคโนโลยี แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และก็ความทันสมัยต่างๆอันดับต้นๆของโลก ซึ่งที่ญี่ปุ่นจะมีจุดดูซากุระใบไม้เปลี่ยนสี สามารถไปไหว้พระหรือขอพรที่ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ มีจุดให้เที่ยวให้เช็คอินกันแบบไม่เคยรู้จบ!! อีกทั้งใครที่ชอบท่องเที่ยวช่วงเวลากลางคืน ชี้แนะให้มาเที่ยวที่คุ้นชินจูกุซึ่งเป็นยานช้อปปิ้งสุดฮิตในเมืองที่มีทุกๆสิ่งทุกๆอย่างพร้อม ซึ่งอยากจะบอกว่าในกรุงเมืองโตเกียวนั้นมีจุดแลนด์มาร์คหลายที่เป็นอย่างมาก แล้วผู้ใดหวานใจบรรยากาศครื้นครึกแบบในเมืองก็ขอชี้แนะ Tokyo นี่แหละคือคำตอบของคุณ
2. ซัปโปโร / Sapporo
เป็นศูนย์กลางความรุ่งเรืองของเกาะฮอกไกโด ภมูิภาคทางเหนือของญี่ปุ่น ตรงนี้จะเหมาะกับการเที่ยวในช่วงฤดูหนาวอย่างยิ่ง เนื่องจากมีที่เล่นสกีที่มีชื่อเสียงหลายที่ มีเทศกาลหิมะซัปโปโรที่มีชื่อเสียงและจัดอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี ซึ่งตรงนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องการมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวแบบสัมผัสหิมะสวยๆและจิบเบียร์สดแก้หนาว ในแหล่งผลิตเบียร์สดที่ลือชื่อ
3. เกียวโต / Kyoto
ไปนครเมืองเก่าเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งตรงนี้จะมีสถานที่ที่เป็นที่รู้จักและก็ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกมากมาย ในเมืองที่นี้จะมีความสวยสดงดงามในแบบคลาสสิคของญี่ปุ่นโบราณ เหมาะกับผู้ที่ยุติธรรมชาติและวัฒนธรรมเรียบง่ายแบบเริ่มแรก ที่นี่จะสวยมากในฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสี ที่เสนอแนะให้เที่ยวตรงนี้เลยก็คือศาลเจ้าทวยเทพหมาจิ้งจอก ฟูชิมิ อินาริ ไม่มีจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมเลยก็คือเสาโทริอิที่มีสีแดงแล้วก็มีเป็นหมื่นๆต้น
4. โอซาก้า / Osaka
เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ในภูมิภาคคันไซ แหล่งรวมวัฒนธรรมและความรื่นเริงใจครบรสอีกแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมอาหารญี่ปุ่นแสนอร่อย ที่รับรองว่าจะชื่นชอบสายรับประทานอย่างแน่นอน เที่ยวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น พิซซ่าประเทศญี่ปุ่น ของทอดเสียบไม้ รวมถึงขนมหวานๆที่รับประทานแล้วมีชีวิตชีวาเป็นง่ายมาก
5. ท้องนาฮา / Naha
เป็นเมืองหลวงของเกาะโอกินาว่า เป็นเมืองที่โอบล้อมไปด้วยทะเลแล้วก็ของกินอร่อยอีกทั้งยังมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งตรงนี้เหมาะกับคนที่ต้องการมาพักผ่อนแบบชิวๆใครที่อยากช้อปปิ้งก็แนะนำที่วัวปะทุนิ ไซโดริ ถนนหนทางสายช้อปที่มีชีวิตชีวาสำหรับเมืองนารา

6 สถานที่ในแต่ฤดูกาลที่สะดุดตาแล้วก็น่าท่องเที่ยวใน เวียดนาม

เที่ยวเวียดนาม คุณกำลังมีความคิดว่าในฤดูนี้ควรจะไปเที่ยวตรงไหนในเวียดนามดีหรือเปล่า ถ้าว่าใช่คุณมาถูกทางแล้ว เพราะว่าในเนื้อหานี้เราจะมาชี้แนะสถานที่น่าท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เด่นและเป็นที่นิยมในเวียดนาม ว่าในฤดูกาลนั้นๆที่แห่งไหนที่ควรมาท่องเที่ยว เอาละเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีแต่ไม่รู้เรื่องนั้นมีที่น่าเที่ยวไหนบ้างตามมาเลยคะ
ฤดูใบไม้ผลิ
(มี.ค. – พฤษภาคม)
1. ฮานอย
(Hanoi)
ในฤดูนี้จะเป็นตอนที่อากาศเย็นสบายต่อให้มีฝนตกบ้างก็ตาม ไม่ว่าคุณจะดูไปทางไหนก็จะเห็นต้นไม้ที่เขียวชอุ่มไปทุกๆที่ บอกเลยว่าฤดูกาลนี้เหมาะแก่การแวะมาท่องเที่ยวมากมายก่ายกอง จึงขอเสนอแนะฮานอยที่เป็นเวียดนามตอนบน ซึ่งการมาท่องเที่ยวที่นี่จะช่วยเติมเต็มความสดชื่นได้ดีเป็นอันมาก ถึงฮานอยก็ยังจะมีฝนตกอยู่บางส่วนแต่ว่าโดยรวมแล้วอากาศก็กำลังพอดีเหมาะกับการไปเที่ยวเล่น ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะไปหมดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แล้วก็มนต์ขลังค่ะ
หน้าร้อน
(มิถุนายน – เดือนสิงหาคม)
2. ไฮฟอง
(Haiphong)
ในฤดูร้อนนี้จะเป็นตอนๆที่ฝนตกบ่อยแม้ฝนจะตกบ่อยครั้งแต่ก็ยังมีอากาศร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านเราเลยละคะ ไฮฟองก็เป็นอีกหนึ่งเมืองชายทะเลของฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งตั้งอยู่รอบๆอ่าวตังเกี๋ย มีอากาศที่มีชีวิตชีวาต่อให้ร้อนไปบ้างก็ตาม ที่ตรงนี้มีบังกะโลและก็รีสอร์ทมากไม่น้อยเลยทีเดียวมากไม่น้อยเลยทีเดียวให้เลือกพักกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นห่วงเลยว่าจะไม่มีที่พัก ใครที่อยากเล่นน้ำทะเลเสนอแนะให้เล่นช่วงปลายหน้าร้อน เพราะเหตุว่าเป็นช่วงๆที่น้ำทะเลกำลังอุ่นสามารถจึงลงเล่นน้ำทะเลได้
ฤดูใบไม้ร่วง
(เดือนกันยายน – พ.ย.)
3. กว๋างนิญ
(Quang Ninh)
เป็นฤดูที่เย็นสบายและก็น่ามาเที่ยวที่สุดเพราะว่ามีฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆก็เลยเหมาะสมกับการมาเดินเที่ยวเล่นดูเมืองหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งมากมายๆค่ะ ถามว่าที่เที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวียดนามเป็นที่ไหนก็ต้องที่นี่เลยกว๋างนิญ เป็นในตอนที่กำลังคลื่นสงบลมเย็นสบายก็เลยเหมาะสมกับการหลอกลวงงเรือดูบรรยากาศเอามากๆในช่วงฤดูนี้
หน้าหนาว
(ธันวาคม – เที่ยวเวียดนาม เดือนกุมภาพันธ์)
4. ซาขว้าง
(Sapa)
เป็นฤดูที่เย็นที่สุดในรอบปีของเวียดนามก็เนื่องจากเป็นฤดูหนาว ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว 7 ถึง 20 องศาเซลเซียส อากาศหนาวแบบงี้คุณจำเป็นจะต้องมาสัมผัสบรรยากาศเมืองสไตล์ยุโรปที่อยู่ท่ามกลางหุบเขากันที่ซาปากันดีมากกว่า เพื่อนฝูงๆสามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปียิ่งผู้ที่ชอบพอความเหน็บหนาวชอบหิม ะก็สามารถมาเที่ยวได้เพราะหิมะตกเกือบทุกปีนั่นเอง
ฤดูฝน
(พ.ค. – ตุลาคม)
5. ฮอยอัน
(Hoi An)
ตอนฤดูฝนแม้จะเป็นช่วงๆที่บางคนอาจจะรังเกียจเพราะว่าทำให้เปียกปอน แต่ว่าต้องขอบอกเลยคะค่ะว่าช่วงนี้เป็นช่วงๆที่ธรรมชาติสวยที่สุดต้นม้งต้นไม้เขียวชอุ่มตกลงกันได้อย่างมาก แล้วเป็นตอนที่พายุฝนยังไม่หนักเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้จำเป็นจะต้องมาท่องเที่ยวกันที่ฮอยอันที่เป็นเมืองประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอันดั้งเดิม ที่นี่จะเต็มไปด้วยสถานที่เที่ยวโบราณรวมทั้งสถาปัตยกรรมรุ่นก่อนล้นหลาม บอกแล้วว่าถ้าเกิดได้มาแล้วจำเป็นต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่แท้
หน้าแล้ง
(เดือนพฤศจิกายน – ม.ย.)
6. โฮจิมินห์ซิตี้
(Ho Chi Minh City)
ผู้ใดกันแน่ที่ไม่ต้องการจะเที่ยวแบบฝนตกเปียกหรืออากาศหนาวและจากนั้นก็มาเที่ยวดูแลนี้เหมาะสมที่สุดแล้วค่ะ ถึงจะกล่าวว่าเป็นฤดูแล้งแต่อากาศก็มิได้ร้อนเลยแถมอุณหภูมิก็ยังพอดิบพอดีพอดิบพอดีด้วย ท่องเที่ยวที่น่าไปในก็คือโฮจิมินห์สิตี้ที่เป็นเมืองแห่งความทันสมัยแล้วก็มีเอกลักษณ์ เที่ยวเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปซึ่งสามารถแลเห็นได้ทั่วเมือง ผู้ที่ถูกใจประวัติศาสตร์แล้วก็ภูมิหลังรวมทั้งความเก่าแก่ของสถานที่ ตรงนี้คงจะตอบโจทย์คุณมากมายก่ายกอง

5 ที่น่าเที่ยว จำเป็นต้องเดินทางไปให้ได้สักหนึ่งครั้ง ในเวียดนาม

เที่ยวเวียดนาม คนใดกำลังคิดแผนไปท่องเที่ยวที่เวียดนามเอ่ย? วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่เที่ยวในเมืองหลวงของเวียดนาม บอกแล้วว่า ปัง ปัง ปัง! มาก ถ้าเกิดมาเวียดนามแล้วมิได้มา บอกเลยว่าจำเป็นจะต้องรู้สึกเสียดายเศร้าใจไปตลอดชาติอย่างแน่นอน พูดแบบงี้ต้องการจะรู้และเข้าใจดีแล้วล่ะสิว่ามีที่แห่งไหนบ้าง ด้วยเหตุผลดังกล่าวตามกันมาเลย แรง!
1. เจดีย์เตริ่นกว๊อก
Chua Tran Quoc
เจดีย์ที่นี้ตั้งอยู่ชายทะเลสาบโฮไตเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในฮานอยละ ซึ่งเจดีย์แห่งนี้เป็นสถานที่ดั้งเดิมที่สุดของเวียดนามเลย เป็นเจดีย์ที่มีทรงคล้ายของจีนประเทศญี่ปุ่นที่มีการไล่ระดับขึ้นไปเป็นชั้นๆไปเรื่อยซึ่งในแต่ละชั้นนั้นก็จะมีพระพุทธรูปสีขาวติดตั้งอยู่ภายในช่องเจดีย์
2. อ่าวฮาทดลอง
Ha Long Bay
เป็นอ่าวที่ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกโลกทางธรรมชาติ เพราะตรงนี้นั้นมันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติได้ประดิษฐ์ขึ้นมาให้เกิดความงดงามที่เสมือนอยู่ในภาพวาด ธรรมชาตินั้นได้แต่งแต้มที่นี่เต็มไปด้วยหินปูนรูปร่างผิดตาที่มีการซับซ้อนกันอย่างสวยงาม แล้วที่นี่ก็ไม่ได้มีดีเพียงแค่การความงดงามทางธรรมชาติเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นทางป่าไม้หรือในน้ำก็ตาม
3. ถ้ำเทียนกุง
Thien Cung Cave
เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ถ้ำที่นี้มีหินงอกหินย้อยอยู่มากรวมทั้งมีความสวยอีกด้วย ด้านในก็จะมีการจัดแสงสีเพื่อเพิ่มความสวยงามเขาหินห้อยเยอะขึ้น หินงอกหินย้อยแต่ละก้อนนั้นก็จะมีลักษณะรูปร่างที่ไม่เหมือนกันออกไป แล้วไม่ต้องกลัวนะคะว่าเขาทำไปแล้วเขาจะไม่มีวันเดินสบาย เที่ยวเวียดนาม ด้วยเหตุว่าในถ้ำนั้นเขาได้มีการจัดทำฟุตบาทไว้สำหรับการท่องเที่ยว
4. วัดหง็อกเซิน
Ngoc Son
ที่นี่เป็นวัดโบราณบนเกาะเล็กเกาะน้อยๆกึ่งกลางทะเลสาบ ซึ่งวัดที่นี้จะมีสะพานไม้สีแดงสดใสที่จะสามารถเดินข้ามจากฝั่งวัดไปอีกฝั่งหนึ่ง คุณทราบไหมคะว่าความหมายของภาษิตแดงนี้หมายคืออะไร ความหมายมันก็คือ สะพานแสงแดดรุ่งเช้านั่นเอง เที่ยวเวียดนาม สะพานที่นี้จะเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนถ่ายรูปกันมากที่สุด
5. วัดเจดีย์เสาเดียว
One Pillar Pagoda
วัดที่นี้เป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากเพราะแก่กว่า 400 ปี ลักษณะของวัดก็จะเป็นตามชื่อเลยจ้าเนื่องจากเป็นวัดขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเสาต้นเดียว ซึ่งวัดศาลาวัดนี้ได้ผลิตขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาแก่เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งคนเป็นจำนวนมากมายที่มาเที่ยววัดแห่งนี้ก็จะมาขอบุตรกับเจ้าแม่กวนอิมที่เจดีย์เสานี้นั้นเอง คนไหนกันแน่ที่ไปกับคู่ชีวิตและอยากมีลูกก็ลองไปขอพรกันมองนะคะ
6. วิหารวรรณกรรมวันเหมียว
Van mieu
วิหารแห่งนี้ได้ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียนของพวกเจ้าขุนมูลนาย ทั้งยังได้เปิดเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติแห่งแรกของเวียดนาม ซึ่งครั้งก่อนนั้นวิหารแห่งนี้เขาใช้เป็นสถานที่สอบเข้าจองหงวน ภายในวิหารจะมีแผ่นจารึกชื่อควรหวน ซึ่งตอนนี้ได้เป็นวัดที่ผู้เรียนใช้เรียนและก็มากมายราบขอพรเพื่อให้สอบได้อีกด้วย

5 สถานที่สวยๆในประเทศญี่ปุ่น ที่งามจนกระทั่งต้องอัพอวดเพื่อนในโซเซียล!

เที่ยวญี่ปุ่น ใครที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็คงจะต้องการจะหารูปสวยๆอัพลง Facebook หรือ Instagram ด้วยเหตุว่าในปัจจุบันไปไหนรับประทานอะไรหรือจะทำอะไรก็จำเป็นที่จะต้องถ่ายรูปลงอัพเดทอยู่เสมอเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็เปรียบได้กับสมุดที่พวกเราได้อัพรูปเอาไว้ในขณะนั้น วันนี้พวกเราจึงอยากจะเอาใจสาวกคนที่ถูกใจท่องเที่ยวและถูกใจถ่ายภาพทั้งหลาย พวกเราจึงมี 7 สถานที่ที่คุณจำเป็นที่จะต้องอย่าลืมไปถ่ายรูปเด็ดขาด สถานที่พวกนี้งามแล้วก็เหมาะที่จะถ่ายภาพหลงบรรพชาเพื่อนฝูงๆในอินตาเอ็งรมเอามากๆ
1. เที่ยวญี่ปุ่น ทาคานาว่า พริ้นเซสการ์เดน
Takanawa Princess Garden
จังหวัด : เมืองโตเกียว
ที่นี่จะมีบรรยากาศความสวยในสไตล์แบบยุโรปที่หาได้ในญี่ปุ่น ซึ่งตรงนี้จะมีบรรยากาศแบบแกยุโรปสมัยยุคกลางหรือจะเป็นทั้งยังทางเดินหรืออาคารต่างๆที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดออกมาอยู่ในยุโรปแท้ๆจนถึงจำเป็นต้องเอะใจเลยว่าอยู่ในประเทศญี่ปุ่นจริงๆหรือไม่? และก็ที่นี่ก็ยังมีร้านอาหารและก็สถานที่จัดคอนเสิร์ตที่สวยงามเหมือนกับวังในกรุงเวียดนามอีกด้วย
2. ซารุชิมะ
Sarushima
จังหวัด : คานากาว่า
ที่นี่รู้จักกันอีกในชื่อเลยก็คือเกาะลิง ซึ่งเป็นเกาะแห่งเดียวในอ่าวเมืองโตเกียวที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ เที่ยวญี่ปุ่น แต่ตรงนี้จะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวญี่ปุ่น ที่มักจะมาตั้งแคมป์ทำบาร์บีคิวหรือตกปลากินกัน ในช่วงฤดูร้อนคนญี่ปุ่นก็ชอบมาอาบแดดกันที่นี่โน่นก็เพราะตรงนี้ไม่มีการเดินทางที่สบายและเป็นสถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ที่อื่นด้วย นอกจากนั้นตรงนี้ยังเป็นเกาะที่มีมนต์ขลังทางประวัติศาสตร์อีกด้วย
3. ยะสะกะโคเคยชินโด
Yasaka Kochindo
จังหวัด : เกียวโต
จุดที่น่าดึงดูดของวัดนี้และเหมาะที่จะถ่ายภาพที่สุดเลยก็คือที่แขวนปะทุระอุรุซารุ มันเป็นของขลังที่ไว้เขียนคำร้องขอพรซึ่งคล้ายกับกระดานไม้ที่แขวนไว้ตามศาลเจ้าชินโตทั่วไป แม้กระนั้นอันนี้จะมีนานาประการสีสันที่แต่งแต้มจึงทำให้มองสดชื่นมากขึ้นเรื่อยๆ ถ่ายภาพกับที่นี่ให้มีความงดงามขึ้นนั้นชี้แนะให้ใส่ชุดยูกะตะ
4. น้ำตกโนมิโสะ
Nomiso Waterfall
จังหวัด : ชิบะ
น้ำตกที่สวยอย่างกับภาพวาดเลยซึ่งเรื่องนี้พูดจริงๆมิได้พูดปดอะไร น้ำตกแห่งนี้ถือได้ว่าสถานที่สามารถเพลิดเพลินเจริญใจไปกับธรรมชาติและก็ความงามคละเคล้ากับความดูลึกลับได้ในขณะเดียวกัน ยิ่งในตอนเช้าที่มีแสงอาทิตย์ส่องผ่านถ้ำมากมายระทบกับผิวน้ำและก็หินรอบๆนั้น ก็จะดูเหมือนสปอร์ตไลท์ที่ส่องลงมา ถ้าเกิดใครกันแน่โชคดีก็จะเห็นภาพสะท้อนจากผืนน้ำออกมาเป็นรูปหัวใจได้ด้วย
5. สะพานสุมาตะเคียว
Sumatakaew
จังหวัด : ชิสุโอกะ
สะพานแห่งนี้รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งก็คือสะพานที่ความฝัน สะพานนี้ตั้งอยู่ในซอกเขาไม่นามิแอลป์เหนือเขื่อนทะเลสาบรวมทั้งเป็นสะพานแขวนที่มีความยาว 90 เมตร ห่างจากพื้นน้ำ 8 เมตร และก็สามารถข้ามได้ทีละ 8 คนเท่านั้น เหมาะไหมว่าสีของทะเลสาบนั้นจะเปลี่ยนแปลงและสภาพแวดล้อมก็จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล มีความคิดกันว่าถ้าหากว่าไปขอพรเรื่องความรักกึ่งกลางสะพานจะทำให้สิ่งที่ขอนั้นเป็นจริงอีกด้วย

ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ซื้ออะไรดี? มาฝากผู้ที่บ้าน

เที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นดีกว่า! ชอบเป็นประเทศแรกที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคิดเมื่อจะไปเที่ยวต่างประเทศ เนื่องจากเนื่องจากสามารถท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า อีกทั้งตั๋วเครื่องบินนั้นราคาไม่แพง ที่พักก็มีให้เลือกมากมาย เลยไม่สนเท่ห์ใจเลยที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนเป็นประเทศในดวงใจของคนไทย
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เวลาไปประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งมักจะไม่ทราบว่าที่ญี่ปุ่นมีอะไรน่าซื้อบ้าง หรือครั้งคราวคิดอยากจะซื้อของกำนัลกลับไปให้คนที่บ้านหรือเพื่อนฝูงๆก็ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรกลับไป วันนี้เลยต้องการจะมาชี้แนะกับของที่ระลึกที่น่าซื้อในญี่ปุ่น มีอะไรบ้างตามมามองเลย
1. เสื้อผ้าญี่ปุ่น
ใครๆก็รู้ว่าญี่ปุ่นเป็นเมืองที่แฟชั่น ประเทศที่ทั่วโลกก็เห็นด้วยในเรื่องของแฟชั่นการแต่งตัว ซึ่งเสื้อผ้าของคนญี่ปุ่นนั้นจะมีคุณภาพสูงแล้วก็มีเอกลักษณ์โดยยิ่งไปกว่านั้น ที่แนะนำให้ซื้อเลยก็คือแบรนด์ GU เป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่นประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งราคาก็ไม่แรงมากสักเท่าไรนัก ซึ่งแหล่งขายสินค้าแฟชั่นในโตเกียวจะอยู่ที่ Shinjuku รวมทั้ง เที่ยวญี่ปุ่น Ginza
2. ของหวานประเทศญี่ปุ่น
ของหวานที่เป็นของฝากยอดนิยมก็จะเป็นพวกช็อกโกแลต ด้วยเหตุว่ามันเก็บไว้ได้นานและสามารถทานได้กันทุกวัย แล้วของหวานช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่นเยอะที่สุดเลยก็คือ
– Royce
เป็นช็อกโกแลตคุณภาพดีผลิตที่เมืองซัปโปโร มีรสชาติเข้มข้นมากมายทั้งไม่หวานจนเลี่ยนอีกด้วย
– KitKat
ถึงบ้านเราจะมีคิทแคทแล้ว แต่ว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหลายรสมากยิ่งกว่าบ้านเราเป็นอันมาก ซึ่ง KitKat ในแต่ละเมืองนั้นก็จะมีรสชาติพิเศษที่หาซื้อที่อื่นๆไม่ได้อีกด้วย มันก็จะราวกับเป็น Limited Edition ของเมืองนั้นไปเลย
3. เมืองโตเกียว บานาน่า
เป็นของหวานที่ลือชื่อของประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นเนื้อเค้กใส่ครีมคัสตาร์ดรสกล้วยหอม ขนมจำพวกนี้จะมีขายอยู่ทั่วทั้งญี่ปุ่น กล่องเล็ก เที่ยวญี่ปุ่น 8 ชิ้นราคา 1,000 เยน และก็กล่องใหญ่ 12ชิ้น 1,500 เยน
4. สำอางค์ประเทศญี่ปุ่น
เครื่องแต่งหน้าที่นิยมมักซื้อมาฝากกันก็มาจะเป็นพวกมาเต้าหู้หรือครีมต่างๆที่กลับมาใช้กัน สินค้ายี่ห้อที่นิยมซื้อกันก็มี Hada Labo , Shiseido , DHC , SK II , Biore , DHC vitamin เนื่องจากว่าที่นี่เป็นแหล่งที่ผลิตเองราคาก็เลยไม่แพงเท่าที่ไทย
5. กระเป๋าญี่ปุ่น
กระเป๋าของญี่ปุ่นยี่ห้อที่นิยมกันมากมายเลยก็คือ Issey miyake , Bao Bao , Pleats Please บอกเลยว่ายี่ห้อเหล่านี้ขายดีจนของไม่มีขายกันจำนวนมาก
6. ผลไม้ญี่ปุ่น
ผลไม้เมืองหนาวของประเทศญี่ปุ่นจะแพงที่ถูกกว่าบ้านเรา ก็จะมีพวกส้มซึ่งส้มประเทศญี่ปุ่นลูกจะนิ่มน้ำเยอะแยะและก็มีรสหวาน สตอเบอรี่ลูกใหญ่มีสีแดงสดและจากนั้นก็รสชาติอร่อยมาก ซึ่งผลไม้เหล่านี้จะราคาแพงที่ไม่แพงมากนั่นเอง
ทั้งหมดนี้ก็คือของที่ระลึกที่น่าซื้อกลับมาฝากคนที่บ้าน รับรองเลยว่าควรต้องถูกอกถูกใจผู้ที่บ้านอย่างไม่ต้องสงสัย

6 สถานที่ในแต่ว่าฤดูกาลที่สะดุดตาและก็น่าท่องเที่ยวใน เวียดนาม

เที่ยวเวียดนาม คุณกำลังรู้สึกว่าในช่วงฤดูนี้น่าจะไปเที่ยวที่แห่งไหนในเวียดนามดีหรือไม่ ถ้าหากว่าใช่คุณมาถูกทางแล้ว ด้วยเหตุว่าในเนื้อหานี้เราจะมาแนะนำสถานที่น่าเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เด่นรวมทั้งเป็นที่นิยมในเวียดนาม ว่าในช่วงฤดูกาลนั้นๆที่ใดที่น่าจะมาเที่ยว เอาละเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีแม้กระนั้นไม่ทราบนั้นมีที่น่าท่องเที่ยวไหนบ้างตามมาเลยจ้ะ
ฤดูใบไม้ผลิ
(มี.ค. – พฤษภาคม)
1. ฮานอย
(Hanoi)
ในช่วงฤดูนี้จะเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายถึงแม้ว่าจะมีฝนตกบ้างก็ตาม ไม่ว่าคุณจะมองดูไปทางไหนก็จะมองเห็นต้นไม้ที่เขียวชอุ่มไปทุกๆที่ บอกเลยว่าฤดูนี้เหมาะสมแก่การแวะมาเที่ยวมากมายก่ายกอง ก็เลยขอชี้แนะฮานอยที่เป็นเวียดนามตอนบน ซึ่งการมาท่องเที่ยวที่นี่จะช่วยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาก้าวหน้าเป็นอันมาก ถึงฮานอยก็ยังจะมีฝนตกอยู่น้อยแม้กระนั้นโดยรวมแล้วอากาศก็กำลังพอดีเหมาะสมกับการเดินเล่นเล่น ก็มีสถานที่เที่ยวจำนวนมากไปหมดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์รวมทั้งมนต์ขลังค่ะ
หน้าร้อน
(เดือนมิถุนายน – ส.ค.)
2. ไฮฟอง
(Haiphong)
ในช่วงฤดูร้อนนี้จะเป็นช่วงที่ฝนตกบ่อยครั้งถึงแม้ว่าฝนจะตกบ่อยมากแม้กระนั้นก็ยังมีอากาศร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านพวกเราเลยละค่ะ ไฮฟองก็เป็นอีกหนึ่งเมืองตากอากาศของฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีอากาศที่มีชีวิตชีวาต่อให้ร้อนไปบ้างก็ตาม ที่ตรงนี้มีอพาร์เม้นท์รวมทั้งรีสอร์ทจำนวนมากล้นหลามให้เลือกพักกัน โดยเหตุนี้ไม่จำเป็นต้องห่วงเลยว่าจะไม่มีบ้านพัก คนไหนกันที่อยากเล่นน้ำทะเลแนะนำให้เล่นช่วงปลายหน้าร้อน เพราะเป็นช่วงที่น้ำทะเลกำลังอุ่นสามารถก็เลยลงเล่นน้ำทะเลได้
ฤดูใบไม้ร่วง
(ก.ย. – พ.ย.)
3. กว๋างนิญ
(Quang Ninh)
เป็นฤดูที่เย็นสบายแล้วก็น่ามาเที่ยวที่สุดเนื่องจากว่ามีฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆก็เลยเหมาะสมกับการมาเดินเที่ยวเล่นดูเมืองหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งมากๆจ้ะ ถามคำถามว่าที่เที่ยวทางทะเลที่โด่งดังที่สุดของเวียดนามเป็นที่แหน่งใดก็จำเป็นต้องที่นี่เลยกว๋างนิญ เป็นในช่วงที่กำลังคลื่นสงบลมเย็นสบายจึงเหมาะกับการหลอกงเรือดูบรรยากาศเอามากๆในฤดูนี้
ฤดูหนาว
(ธันวาคม – ก.พ.)
4. ซาขว้าง
(Sapa)
เป็นฤดูที่เย็นที่สุดในรอบปีของเวียดนามก็เพราะเหตุว่าเป็นฤดูหนาว ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว 7 ถึง 20 องศาเซลเซียส เที่ยวเวียดนาม อากาศหนาวอย่างนี้คุณควรต้องมาสัมผัสบรรยากาศเมืองสไตล์ยุโรปที่อยู่ท่ามกลางซอกเขากันที่ซาปากันดีมากกว่า เพื่อนฝูงๆสามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปียิ่งผู้ที่ประทับใจความหนาวเหน็บถูกใจหิม ะก็สามารถมาท่องเที่ยวได้ไพเราะหิมะตกดูเหมือนจะทุกปีนั่นเอง
ฤดูฝน
(เดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม)
5. ฮอยอัน
(Hoi An)
ช่วงฤดูฝนถึงแม้จะเป็นช่วงที่บางคนบางครั้งก็อาจจะไม่ชอบเพราะว่าทำให้โชก แม้กระนั้นจำเป็นต้องขอบอกเลยค่ะคะว่าขณะนี้เป็นตอนที่ธรรมชาติงามที่สุดต้นม้งต้นไม้เขียวชอุ่มตกลงกันได้อย่างเต็มเปี่ยม แล้วเป็นช่วงที่พายุฝนยังไม่หนักเท่าใด ด้วยเหตุนี้ควรต้องมาท่องเที่ยวกันที่ฮอยอันที่เป็นเมืองประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอันเก่าแก่ ที่นี่จะเต็มไปด้วยสถานที่เที่ยวโบราณและสถาปัตยกรรมรุ่นเก่ามาก บอกแล้วว่าถ้าเกิดได้มาแล้วต้องหลงเสน่ห์ที่นี่อย่างแน่แท้
หน้าแล้ง
(พ.ย. – ม.ย.)
6. เที่ยวเวียดนาม โฮจิมินห์ซิตี้
(Ho Chi Minh City)
คนไหนที่ไม่ได้อยากต้องการจะเที่ยวแบบฝนตกแฉะหรืออากาศหนาวรวมทั้งมาท่องเที่ยวดูแลนี้ดีเยี่ยมที่สุดแล้วค่ะ ถึงจะบอกว่าเป็นหน้าแล้งแต่อากาศก็ไม่ได้ร้อนเลยแถมอุณหภูมิก็ยังพอดีพอดิบพอดีด้วย ท่องเที่ยวที่น่าไปในก็คือโฮจิมินห์สิตี้ที่เป็นเมืองแห่งความล้ำยุครวมทั้งมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่สามารถแลเห็นได้ทั่วเมือง ผู้ที่ถูกใจประวัติศาสตร์และที่มาที่ไปแล้วก็ความเก่าแก่ของสถานที่ ที่นี่คงจะตอบปัญหาคุณอย่างยิ่ง