N Seoul Tower หอคอยดูวิวในกรุงโซล ที่ห้ามพลาด!

เที่ยวเกาหลี เอ็นโซลทาวเวอร์ (N Seoul Towe) เป็นอีกที่หนึ่งที่น่ามาท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลี หอคอยแห่งนี้เป็นหอคอยสังเกตการณ์ที่ตั้งอยู่เทือกเขานัมซานของจังหวัดคย็องกี แล้วถือได้ว่าจุดที่สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในกรุงโซลอีกด้วย หอสังเกตการณ์แห่งนี้ มีความสูงจากฐานประมาณ 236.7 เมตร แล้วก็สูงถึง 480 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งถือได้ว่าหอคอยเมืองที่สูงที่สุดแถมยังติดอันดับ 1 ใน 18 อันดับของโลก ได้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1969 เพื่อเป็นหอส่งคลื่นวิทยุทั่วๆไปแห่งแรกของประเทศเกาหลีใต้ หอสังเกตการณ์ที่นี้ได้ให้บริการกระจายเสียงทางโทรทัศน์รวมทั้งวิทยุรวมทั้งยังเป็นหอสังเกตการณ์ ซึ่งได้เปิดบริการให้กับคนทั่วๆไปได้รับเข้าชมตั้งแต่ปีพศ.1980 ซึ่งได้เปลี่ยนเป็นชื่อเรียกว่าโซลทาวเวอร์
หอคอยโซลทาวเวอร์ได้เปิดบริการให้นักเดินทางได้ท่องเที่ยวดูตั้งแต่ในปี คริสต์ศักราช2001 ทัวร์เกาหลี และก็แปลงเป็นสถานที่เที่ยวที่มีคนท่องเที่ยวอีกทั้งในประเทศและเมืองนอกจำนวนมากมากมาย ถัดมาถัดมาก็มีบริษัทวายครั้งเอ็นได้ร่วมลงทุนกับบริษัทซีเจ อีกทั้ง 2 บริษัทนี้ก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงหอคอยพร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็น N Seoul Tower ตัว N เติมนี้มันสื่อความหมายเป็นอักษรย่อที่มาจากคำถึงสามคำก็คือ New (ใหม่), Natural (ธรรมชาติ) แล้วก็ Namsan (นัมซาน) จึงทำให้เปลี่ยนเป็นที่รู้จักเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วก็มีอีกชื่อหนึ่งที่คนเกาหลีมักเรียกกันก็คือนัมซานทาวเวอร์
พวกเราได้รู้จะเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเอ็นโซลทาวเวอร์นี้แล้ว ก็จะมาจะมาพาเพื่อนๆรู้จักกับด้านในของที่นี่กัน หอสังเกตการณ์ที่นี้จะได้จะถูกแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนหลักด้วยกัน
1. เอ็นลอบบี้ (N Lobby)
ก็จะมี ปากทางเข้าหอพักดูดาว , ส่วนโปรโมท , พิพิธภัณฑ์มีชีวิต , คาเฟ่ร้านขายกาแฟเอ็นสวีทบาร์ , ร้านขายของของที่ระลึก ทัวร์เกาหลี , โรงแสดงละครเด็ก และก็ห้องพยาบาล (Nursing Room)
2. เอ็นพลาซ่า (N Plaza)
จะมีอยู่ 2 ชั้นหมายถึงพลาซ่าชั้น 1 ซึ่งเป็นที่ตั้งของตู้ขายตั๋ว, ศูนย์อาหาร, สวนแสงสว่าง, ลานต้นหญ้า และร้านขายของที่ระลึก ในส่วนของพลาซ่าชั้น 2 ประกอบไปด้วยห้องอาหารรวมทั้งคาเฟ่ โดยยิ่งไปกว่านั้นในส่วนของดาดฟ้าระเบียง ซึ่งเป็นจุดที่คุณสามารถเกี่ยว กุญแจที่ความรัก
3. เอ็นทาวเวอร์ (N Tower)
จะมีอยู่ 4 ชั้น โดยชั้น 1 ถึงชั้น 3 นั้นจะประกอบไปด้วย พิพิธภัณฑสถานตุ๊กตาหมี , หอดูดาวดิจิตอล, ห้องอาหารเกาหลี, ร้านขายของที่ระลึก, ห้องพักผ่อน, ร้านขายกาแฟ ส่วนชั้น 4 นั้นจะถูกเรียกว่าชั้น 5 เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่ในประเทศเกาหลีเขาจะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีชั้น 4 ซึ่งน่าจะเป็นเกี่ยวกับความเชื่อถือคล้ายกับบ้านเราที่ว่าเลข 13 นั้นไม่ดี ในชั้น 4 นี้มีร้านอาหารที่หมุนได้ถึง 360 องศาซึ่งร้านค้านั้นมีชื่อว่า N Grill เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมสำหรับการรับประทานอาหารกับการดูทิวทัศน์
ต้องบอกเลยว่าหอคอยที่นี้ได้นับได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คที่เป็นเครื่องหมายสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงโซล และเปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวที่เลื่องลือแห่งหนึ่งที่ถ้าหากว่ามาเกาหลีแล้วไม่มาตรงนี้ก็ถือว่ามาไม่ถึง!

ท่องเที่ยวปูเฉลียงและก็จินแฮ ดูดอกซากุระบานสะพรั่ง

เที่ยวเกาหลี หลายคนในเวลานี้ก็น่าจะมีแพลนลานไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่ว่าจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีคนเดียวหรือไปกับทัวร์เกาหลีก็ตาม เพื่อมาดูดอกซากุระที่เกาหลีใต้ที่เมืองปูเฉลียงรวมทั้งจินแฮ
ปูซาน เป็นเมืองเศรษฐกิจชั้น 2 ของประเทศเกาหลีใต้รองจากกรุงโซล มีประชาชนอาศัยหนาแน่นและเป็นเมืองที่ติดทะเลฝั่งทิศตะวันออก เป็นศูนย์กลางของท่าเรือส่งสินค้าขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกแถมมีสถานที่เที่ยวในและมีบริเวณช้อปปิ้งมากมายไม่แพ้กรุงโซลเลย
ซากุระ คนเกาหลีเขาจะไม่เรียกว่าต้นซากุระ จะมีคำเรียกภาษาเกาหลีว่า ดอกพ๊อตกต ได้เวลาไปเที่ยวเกาหลีก็เสนอแนะให้ใช้คำว่าดอกพ๊อตกตเพื่อคุยกับคนท้องถิ่น ดอกพ๊อตกตที่เมืองปูซานรวมทั้งเมืองจินแฮนั้นจะเริ่มบานตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.ถึงต้นเดือนม.ย. (ไม่เกินวันที่ 10) ในทุกๆปีขอรับ โดยจะบานเต็มที่อยู่ไม่เกิน 1 อาทิตย์และจะเริ่มร่วงลงไป​ แต่ว่าดังนี้ก็ขึ้นกับลักษณะอากาศในปีนั้นๆด้วย
1. Gamcheon Culture Village
ที่นี่เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมกัมชอนนั่นเอง คนใดที่เคยไปปูซานคงจะเคยไปเที่ยวหมู่บ้านแห่งนี้กันเยอะแยะ หมู่บ้านนี้มีการเรียงรายตามแนวเชิงเขาแล้วก็ตกแต่งลงสีบ้านให้มองงดงามคล้ายกับกรีซ ซึ่งตอนฤดูใบไม้ผลินั้นเราสามารถเที่ยวหมู่บ้านกับชมดอกพ๊อตกตที่อยู่ระหว่างถนนได้เลย
2. Nakdong River Cherry Blossom Walkway
จุดชมดอกพ๊อตกตแม่น้ำนักดง ที่เป็นฟุตบาทและทางรถจักรยานยาวเรียบแม่น้ำนักป่าในปูซาน คุณสามารถเช่าจักรยานมาปั่นแบบชิลๆแล้วก็ชมบรรยากาศไปด้วยก็ได้ ก็จัดว่าได้ลิ้มรสบรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง ในฟิวแบบหนังประเทศเกาหลีเลย
3. Namcheon-dong Cherry Blossom Road
ที่ถนนหนทางบริเวณนัมชอนป่าดงในปูซาน เป็นย่านที่อยู่อาศัยของผู้ที่นี่มีอพาร์ตเมนท์แล้วก็โรงเรียนอยู่ในบริเวณนี้เยอะพอสมควร ที่นี่จะมีการปลูกต้นพ๊อตกตเรียงอยู่เสมอสองฝั่งถนนหนทาง พวกเราสามารถเดินดูได้ตลอดสองฝั่งริมถนน ซึ่งสวยงามเอามากๆเลย
4. Gyeonghwa Station, Jinhae
เมืองนี้เป็นเมืองใกล้กับปูซานซึ่งเป็นเมืองที่มีดอกพ๊อตกตอยู่เยอะมากๆ แถมที่นี่ยังมีเทศกาลงานเทศการที่จัดให้มีขึ้นทุกปีของเมืองอีกด้วย จุดที่ดูดอกพ๊อตกตเป็นสถานีรถไฟคยองฮวา ทัวร์เกาหลี ที่เป็นจุดชมดอกดอกพ๊อตกตต้นๆของประเทศเกาหลีเลยก็ว่าได้ ซึ่งสถานีรถไฟที่นี้ได้หยุดให้บริการไปแล้วตั้งแต่ปี 2006 ทัวร์เกาหลี โดยเหตุนี้คุณสามารถเดินตามทางรถไฟเพื่อถ่ายรูปได้อย่างมาก
5. Yeojwacheon Stream, Jinhae
คลองยอชวาชอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดดูดอกพ๊อตกตยอดฮิตที่สุดของเมืองจินแฮ ถามที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์ประเทศเกาหลีโด่งดังอีกด้วย ซึ่งเมื่อกระจายเสียงซีปรี่ย์ไปแล้วจึงทำให้ตรงนี้แปลงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนประเทศเกาหลีและก็นักท่องเที่ยวอีกด้วย

5 ปราสาทที่งามสวยงามในญี่ปุ่น ที่จะจะต้องจองตั๋วเพื่อมาท่องเที่ยว!!

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีปราสาทมากมายเอามากๆซึ่งมีวังที่เก่าแก่หลายแห่งที่เหลือรอดจากการรบรวมทั้งเภทภัย ต่อให้เป็นพระราชวังที่เก่าแก่แต่ก็ยังมีความสวยงามน่าหลงใหล โน่นก็เพราะได้มีการบูรณะปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมหลายที เพื่อพระราชวังยังคงอยู่ให้คนรุ่นหลังได้สรรเสริญนั่นเอง วันนี้พวกเราจะพาทุกคนมามองกันว่ามีพระราชวังไหนที่ควรจะท่องเที่ยว มาดูกันว่ามีที่แห่งไหนบ้าง
1. พระราชวังฮิโรซากิ
Hirosaki Castle
ตั้งอยู่ที่เมืองฮิโรซากิ ในจังหวัดอาโอโมริ สร้างขึ้นเมื่อปี คริสต์ศักราช 1609 โดย สึการุ โนบุฮิระ ผู้ดูแลแคว้น ต่อมาเมื่อปี้ คริสต์ศักราช 1627 ก็ได้เกิดเหตุไฟลุกก็เลยทำให้ตัวพระราชวังถูกเผาและถูกไม่มีความเอาใจใส่เกือบ 200 ปี จากนั้นก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปีพศ เที่ยวญี่ปุ่น 1810 ซึ่งรูปแบบของตัววังนั้นก่อนหน้านั้นมีอยู่ 5 ชั้น แม้กระนั้นปัจจุบันนี้เหลือเพียงแค่ 3 ชั้นเพียงแค่นั้น รอบๆวังจะถูกโอบล้อมด้วยคลองถึง 5 แบบรวมทั้งจะมีสะพานที่เชื่อมถึงกันในแต่ละลำคลอง
2. ปราสาทสึรุกะ
Tsuruga Castle
คำว่า สึรุกะ มีความหมายว่า นกกระเรียน จึงรู้จักกันในอีกชื่อว่าวังนกกระเรียน ปราสาทที่นี้ตั้งอยู่ที่เมืองไอสุวากามัตสึ ในจังหวัดฟุปะทุชิมะ ทำขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1384 ภายหลังถูกทำลายเสียหายในการสู้รบโบคุ้นชินก็ได้รับการบูรณะใหม่ขึ้นให้มี 5 ชั้น พระราชวังนั้นมีสีขาวสะอาดตารวมทั้งโดดเด่นด้วยกระเบื้องสีแดงแบบเริ่มแรก ด้านในวังนั้นเปิดให้เป็นพิพิธภัณฑสถานเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมวิถีชีวิตของซามูไร หรือศิลป์วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นในสมัยเก่า
3. ปราสาทโทยาม่า
Toyama Castle
ตั้งอยู่แกนกลางจังหวัดโทยาม่า ซึ่งเป็นเมืองที่ติดทะเลของประเทศญี่ปุ่น ตัวพระราชวังนั้นได้โดนล้อมด้วยแม่น้ำจึงทำให้พระราชวังเสมอเหมือนลอยอยู่บนน้ำ ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้ได้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าปราสาทลอยน้ำ ตัววังนั้นมีอยู่ 4 ชั้นซึ่งข้างในมีพิพิธภัณฑ์ให้ได้ท่องเที่ยว เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพระราชวังอีกด้วย
4. ปราสาทคานาซาว่า
Kanazawa Castle
ตั้งอยู่ที่เมืองคานาซาว่า ในจังหวัดอิชิคาว่า ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี คริสต์ศักราช 1583 ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของเครือญาติมาเอดะที่ดูแลดินแดนค้างกะมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานถึง 280 ปี วังที่นี้เคยถูกไฟไหม้ถึง 2 ครั้งแต่ก็ไม่ได้รับการบูรณะจวบจนกระทั่งถูกเพลิงไหม้อีกครั้งใน คริสต์ศักราช1759 ที่ไฟได้ทำความเสียหายจนถึงเกือบทั้งยังหลัง จึงได้มีการซ่อมสร้างปราสาทขึ้นมาใหม่ แต่ว่าตัวในวังจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังมีรอยไฟไหม้ที่ยังมองเห็นได้อยู่
5. พระราชวังนาโกย่า
Nagoya Castle
นับว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองท้องนาโกย่า ในจังหวัดไอจิ ตัววังได้ผลิตมาจากฐานหินขนาดใหญ่ยอดวังก็ประดับโดยการใช้สัตว์ในเทพนิยายที่ตัวเป็นปลาครั้งฟแล้วก็หัวเป็นเสือ ด้านในพระราชวังมีอยู่ทั้งหมด 7 ชั้น ซึ่งได้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเพิ่มของเครื่องใช้สอยของซามูไรแต่ก่อนนั่นเอง

หนีไปพักดามดวงใจ รับประทาน เที่ยว ช๊อบ ที่ ฮอยอัน!

เที่ยวเวียดนาม ใครๆก็ต่างรู้จัก ฮอยอัน เมืองเล็กๆที่ผู้ใดกันไปก็ต่างหลงมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ริมฝั่งทะเลใต้ในเขตจังหวัด กว๋างนาม แล้วจุดเปลี่ยนของตรงนี้ก็เมื่อในตอนศตวรรษที่ 16-17 ที่มีการค้าและผู้คนต่างแดนย้านเข้ามาอยู่ไม่ว่าจะเป็น ชาวจีน ญี่ปุ่น ดัตช์ และประเทศอินเดีย ถึงในทุกวันนี้ที่นี่จะไม่ได้เป็นศูนย์กลางค้าการขายราวกับในสมัยก่อน กลับได้แปลงเป็นเมืองที่มรดกโลกที่ได้เป็นตัวอย่างของเมืองท่า ซึ่งที่นี่ได้มีการผสมผสานสถาปัตยกรรมแคว้นและฝรั่งเอาไว้ร่วมกันจนแปลงเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่ บอกเลยว่ามีสถานที่เที่ยวฟินๆในฮอยอันมากมาย ซึ่งจะมีตรงไหนบ้างนั้นก็ตามมาดูกันเลยค่ะ
1. เที่ยวเวียดนาม ย่านเมืองเก่าฮอยอัน
Hoi An Ancient Town
ข้อดีของเมืองนี้เลยก็คือตึกสีเหลือง ที่เป็นบ้านโบราณและจากนั้นก็มีโคมไฟกระดาษที่หลากสี ในความเป็นจริงแล้วเมืองที่นี้ก็มีเสน่ห์โดยมีต้นเหตุจากองค์ประกอบหลายๆอย่างมารวมกัน ซึ่งทุกๆอย่างที่นี่กระตุ้นให้เกิดมาเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ เพื่อนพ้องมาท่องเที่ยวที่นี่ได้หากว่าไม่ต้องการที่จะอยากเดินเที่ยวก็สามารถนั่งสามล้อหรือนั่งเรือเพื่อดูทิวทัศน์ นอกจากจะเดินเที่ยวดูบรรยากาศและจากนั้นก็อย่าลืมไปพบอาหารอร่อยๆทานกันด้วย ที่นี่มีของน่ารับประทานล่ะก็เค้าหน้าแปลกๆให้ได้ลองชิมกันมากเลยล่ะค่ะ
2. บ้านเก่าเลขที่ 101
Old house of Tan Ky
ตรงนี้เป็นบ้านไม้สองชั้นที่อายุมากกว่า 75 ปีและตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าโบราณยังฮอยอัน บ้านแห่งนี้นับว่าเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบที่เป็นที่พักอาศัยของพ่อค้าในเขตสำคัญที่นี้ บ้านแห่งนี้ได้ถูกการเยินยอในเรื่องความสวยสดงดงามเป็นบ้าน ที่จัดว่าเป็นบ้านเศรษฐีชาวประมงในละแวกนี้ที่ผู้คนต่างให้ความยำเกรง ถึงบ้านนี้จะถูกน้ำหลากมาบ่อยครั้งสุดแท้แต่ก็ยังคงสภาพตามเคยไว้อย่างยอดเยี่ยม
3. สะพานญี่ปุ่น
Japanese Covered Bridge
เป็นสะพานที่สร้างมาแล้ว 425 ปีโดยชุมชนคนญี่ปุ่นตั้งแต่พศ. ทัวร์เวียดนามราคาถูก 1593 สะพานที่นี้ทำเพื่อผ่านลำน้ำเล็กๆที่เชื่อมต่อไปยังชุมชนจากจีน ซึ่งมีความยาวแทบ 20 เมตรเชื่อมต่อกับ 2 ถนนหลักสำคัญๆสะพานญี่ปุ่นนี้มีชื่อเสียงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งละเอียดอ่อนจึงเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรมาอีกแห่งหนึ่ง
4. ร้านกาแฟ
Reaching Out Of Hear Café
ร้านค้าแห่งนี้มิได้เป็นแค่เพียงร้านกาแฟเท่านั้นแต่ว่ายังเป็นร้านค้าที่สร้างโอกาสให้กับคนไม่สมประกอบทางการได้ยิน ซึ่งภายในร้านนั้นถูกตกแต่งด้วยน่ารักแล้วก็เฟอร์นิเจอร์ไม้ข้างหลังก็จะมีสวนเล็กๆที่ร่มรื่นซึ่งเหมาะสมกับการดื่มกาแฟกับคุกกี้อย่างมาก
ทั้งสิ้นนี้ก็เป็นสถานที่เที่ยวในฮอยอันที่คุณจำเป็นจะต้องไปให้ได้เลยนะคะ เมืองแห่งนี้เห็นเมืองที่มนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นผู้คนสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งแต่ละที่ก็มีประวัติที่ไปที่มาที่นานรวมทั้งน่าสนใจอย่างมากมาย หวังว่าทิปหน้าที่คุณจะไปเวียดนาม จะต้องมาเที่ยวที่ฮอยอันให้ได้ละบอกเลยว่าที่นี่เค้าดีจริงๆ

5 ยอดเยี่ยมเมนูอาหารญี่ปุ่น ที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นแล้วต้องลองรับประทาน!!

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแล้วนอกเหนือจากเรื่องท่องเที่ยวก็ควรจะมีเรื่องของกินที่จะจำเป็นต้องไปทดลองลอง คนประเทศไทยเรานั้นก็ถูกใจอาหารประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมากก็เลยมีห้องอาหารญี่ปุ่นอยู่ในประเทศไทยหลากหลายสาขา แต่ว่าเมื่อเราไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและก็จำเป็นจะต้องลองไปลองของกินเจ้าตำรับของประเทศญี่ปุ่น เป็นอาหารที่ชาวญี่ปุ่นมักนิยมกินกันและก็คนไทยอย่างเราควรต้องชอบมากมายแน่นอนวันนี้เราก็เลยต้องการจะมาแนะนำอาหารที่คุณควรจะไปกินที่ญี่ปุ่น ว่ามีอะไรบ้างตามกันมาเลยจ้า
1. ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ราเมน
Ramen
เป็นของกินอีกอย่างที่เป็นของกินยอดนิยมเยอะที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เป็นของกินที่มีคุณค่าทางของกินครบบริบรูณ์แถมยังอิ่มอร่อยในมื้อเดียวอีกด้วย เราจะเห็นได้ว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมีร้านค้าราเมงอยู่เยอะแยะ ก็จะเหมือนกับร้านค้าก๊วยเตี๋ยวในบ้านเราที่มีอยู่หลายร้านค้า ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีสูตรน้ำซุปเฉพาะร้านของตัวเอง จะบอกว่าราเมงของประเทศญี่ปุ่นนั้นการทำให้น้ำซุปอร่อยกลมกล่อมจึงควรต้มนานถึง 8 ชั่วโมงอย่างยิ่งจริงๆ แบบงี้จะต้องไปลองให้ได้เลยจ๊ะค่ะทุกคน
2. ซูชิ
Sushi
ซูชิเป็นอาหารที่คนประเทศไทยก็รู้จักอย่างดีเยี่ยมแน่ๆ และก็เป็นของกินยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งซูชิที่ญี่ปุ่นนั้นจะมีเชฟทำให้พวกเรารับประทานแบบคำต่อคำ บอกเลยว่าจะได้รสชาติที่อร่อยแบบเจ้าตำรับประเทศญี่ปุ่นจริงๆเลยละขา
3. อูนางิ
Unagi
อุนางิก็คือปลาไหลของญี่ปุ่น ปลาไหลนี้จะมีลำตัวยาวราวๆ 1 เมตร ผิวจะเคลือบด้วยเมือกแล้วก็มีลำตัวสีดำช่วงท้องจะมีสีขาว ซึ่งในปลาไหลได้มีการแต่งรสเพิ่มโดยซีอิ๊วหรือซอสโชยุแบบเข้มข้น บางร้านก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการปรับใช้ปรุงแต่งรสให้อร่อยตามแต่ละร้านค้า
4. โซบะ
Soba
เป็นอาหารที่เสมือนเส้นราเมงแม้กระนั้นโซบะนั้นมีวัตถุดิบและก็การทำไม่เหมือนกับราเมง ด้วยเหตุว่าเส้นโซบะทำจากแป้งบักวีต ก็เลยทำให้เส้นนั้นมีสีน้ำตาลนุ่มไม่เหนียว ขนาดนั้นมักจะนิยมทานคู่กับซอส แล้วก็สามารถจะทานแบบร้อนหรือทานแบบเย็นก็ได้ตามความชื่นชอบของแต่ละคน
5. ไคเซกิ
Kaiseki
เป็นอาหารแบบหนึ่งในญี่ปุ่นที่มีความประณีตบรรจงและความละเอียดลออในการเตรียมอาหาร และก็การตกแต่งให้เกิดความงดงามน่าลิ้มลอง แล้วข้อดีของอาหารรูปแบบนี้เลยก็คือเป็นการดึงรสของวัตถุดิบออกมาได้ในแต่ละฤดู
6. เทมปุระ
Tempura
เป็นของกินจำพวกชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งจะใช้กุ้งสำหรับเพื่อการชุบกับแป้งรวมทั้งมาทอด แต่ว่าก็มีการใช้ผักหลากหลายชนิดมาชุบแป้งทอด เพื่อเป็นของเคียงทานคู่กับซอสเทนทสึยุยง ทั้งยังยังมีการใช้หัวไชเท้าหรือขิงขูดโรยเพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับเทมปุระมากขึ้นเรื่อยๆ

ท่องเที่ยวช่วงไหนดีใน 4 ฤดูของเกาหลี

ทัวร์เกาหลีราคาถูก บางคนอยากจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือกำลังจะจองไปทัวร์เกาหลีอยู่ ก็คงคิดละว่าจะไปเที่ยวช่วงไหน ที่ไปแล้วคุ้มค่าที่ได้อีกทั้งเที่ยวสนุกแล้วก็ช้อปปื้ง ทัวร์เกาหลี วันนี้พวกเราจะพามาชี้แนะเพื่อคุณสำรวจตัวเองว่า อยากจะท่องเที่ยวช่วงไหนใน 4 ฤดูของประเทศเกาหลี
1. ประเทศเกาหลีฤดูหนาว
ตั้งแต่ธ.ค.- เดือนกุมภาพันธ์
อุณหภูมิจะอยู่ที่ราวๆ -5 ถึง ทัวร์เกาหลีราคาถูก -20 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าอากาศหนาวมาก ผู้ใดที่ปรารถนาเล่นหิมะควรตระเตรียมเสื้อหนาวไปแบบครึ้มๆหลายๆตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้า รองเท้า ถุงมือ หมวกหรือกางเกง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออย่าลืมนำครีมทาผิวไปด้วยเพราะเหตุว่าอากาศที่หนาวนั้นมันจะแห้งมากและก็ทำให้ผิวแตกได้
สถานที่เที่ยวที่นิยมในช่วงฤดูนี้ก็คือ กิจกรรมตกปลาเทร้าท์ที่เมืองฮวาชอง เทศกาลจับปลาน้ำแข็งที่อินเจ และลานไอน์สเก็ต ในทุกทุกกิจกรรมจะมีวัสดุอุปกรณ์ให้เช่าซึ่งพวกเราไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะไปให้ยุ่งยาก ยืนยันว่าการท่องเที่ยวในฤดูหนาวแบบงี้ก็ฟินๆไปอีกในลัษณะหนึ่ง
2. เกาหลีฤดูใบไม้ผลิ
ตั้งแต่มีนาคม – เดือนพฤษภาคม
อุณหภูมิอยู่ที่โดยประมาณ 5-15 องศาเซลเซียส เป็นตอนที่อากาศกำลังเย็นสบายๆดอกไม้ต่างๆหลากหลายสายพันธุ์ก็บานสะพรั่งไปทั่วทุกเมืองของประเทศเกาหลี
ฤดูนี้เป็นฤดูที่เหมาะสำหรับการดูดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระ ดอกเชอรี่ หรือดอกแม็กโนเลียก็ตาม แนะนำให้ไปชมดอกเชอรี่บานที่ยนจุงโรถนนหนทางที่ทอดวนรอบล้อมตึกรัฐสภาบอกเลยว่างามเอามาก คนใดกันที่ต้องการจะมาชมดอกไม้ต่างๆในบรรยากาศสบายๆก็ควรจะมาในขณะนี้เลย
3. ประเทศเกาหลีฤดูร้อน
ตั้งแต่มิถานายน – ส.ค.
อุณหภูมิอยู่ที่โดยประมาณ 22-38 องศาเซลเซียส เป็นช่วงๆที่ร้อนที่สุดของเกาหลี และอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีฝนกตกเล็กน้อย
ถึงอากาศจะร้อนแต่ก็มีสถานที่เที่ยวยอดนิยมเยอะแยะที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก็ เป็นเทศกาลหมักโคลนโพเรียง ซึ่งมีแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายจำนวนมาก ใครกันแน่ที่มาประเทศเกาหลีช่วงนี้จำเป็นจะต้องไม่พลาดกับเทศกาลหมักโคลนนี้ และก็จะพูดว่าในช่วงฤดูร้อนของเกาหลีนี้จะมีแต่งานเทศกาลต่างๆที่ให้รื้นเริงอยู่เสมอเวลา ที่ชอบท่องเที่ยวแบบตลกโปกฮามาพร้อมกับเพื่อนฝูงแนะนำมาท่องเที่ยวฤดูนี้เลย
4. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ร่วง
ตั้งแต่กันยายน – พ.ย.
อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5-25 องศาเซลเซียส เป็นตอนๆที่ประเทศเกาหลีมีสีสันที่ผ่องใส ใบเมเปิ้ลจะกลายเป็นสีส้มและสีแดงส่วนใบแปะก๊วยก็จะกลายเป็นสีเหลืองที่มีสีสันแสบตา
เป็นฤดูที่นักเดินทางหลายๆคนคอยมหาศาลเพื่อมาดูดูใบไม้ที่เปลี่ยนสี แล้วก็แหล่งที่คนไปเยอะมากที่สุดคือ อุทยานแห่งชาติซอรัคซานและเกาะนามิ
จะบอกเลยว่าประเทศเกาหลีนั้นเป็นประเทศที่ทุกคนสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะเหตุว่าในแต่ละฤดูนั้นมีความสวยสดงดงามแล้วก็ความน่าดึงดูดใจที่แตกต่างกันไป ซึ่งมันสุดแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน รวมทั้งถ้าคุณอยากจะไปเที่ยวละก็ขอชี้แนะให้ศึกษาหาข้อมูงให้เป็นระเบียบและเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนที่จะท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

เปลี่ยนบรรยากาศ เที่ยวในเมืองเล็กๆบรรยากาศดี ที่ โอตารุ

เที่ยวญี่ปุ่น วันนี้เราจะมาเปลี่ยนบรรยากาศโดยการไปท่องเที่ยวเมืองเล็กๆที่ โอตารุ ซึ่งเมืองแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองซัปโปโรแค่ 30 กิโลเท่านั้น คนโดยส่วนใหญ่ก็จะนิยมมาท่องเที่ยวตรงนี้แล้วหลังจากนั้นก็จะต่อรถไฟท่องเที่ยวซัปโปโรต่อ อย่างแรกจะมาบอกถึงประวัติโดยประมาณของที่นี่กันก่อน จำต้องบอกว่าที่แห่งนี้เป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญของฮอกไกโด ที่เอาไว้ขายของกับรัสเซียตั้งแต่ชาวญี่ปุ่นเข้ามาเลยก็ว่าได้ จึงทำให้ที่นี่มีเอกลักษณ์และกลิ่นอายของตะวันตกอยู่มาก แล้วจำต้องพูดว่าผู้ที่นี่ได้รักษาสภาพอาคารบ้านเรือนไว้แบบเริ่มแรกกระทั่งที่นี่เปลี่ยนเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวไปโดยปริยาย วันนี้พวกเราจะพาทุกคนมาท่องเที่ยวที่เมืองโอตารุกัน ว่าที่นี่มีจุดไหนบ้างที่น่าสนใจน่าไปเที่ยวบ้าง เที่ยวญี่ปุ่น มาดูกัน
1. พิพิธภัณฑสถานกล่องเพลงโอตารุ
(Otaru Music Box Musem)
เมื่อมาเที่ยวถึงที่นี่แล้วเขาจะต้องมาพิพิธภัณฑ์กล่องเสียงเพลงโอตารุ แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกล่องเสียงดนตรีแม้กระนั้นก็มีของซื้อของขายเยอะเต็มไปหมดในนี้ แต่ว่าส่วนใหญ่และจากนั้นก็จะขายกล่องเพลงอยู่ราว 70% ส่วน ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก 20% นั้นก็จะขายของทั่วๆไปที่ไม่ใช่กล่องดนตรี แล้วอีก 10% ซึ่งก็คือห้องที่ไว้แสดงของจิ๋วต่างๆต้องบอกว่ามันเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจดีเนื่องจากว่าในบ้านพวกเราก็ไม่มีอะไรแบบนี้ คนไหนกันที่ต้องการจะมาเดินดูเล่นๆก็สามารถมาได้เพราะของที่นี่เยอะแยะไม่ว่าจะเป็นของไว้ดูหรือของขาย มากไม่มากก็ลองคิดดูว่ามีของให้เลือกค้าขายแทบ 3 ชั้นอย่างยิ่งจริงๆ
2. ถนนหนทางช็อปปิ้งซาติดอยู่อิมาจิโตริ
(Sakaimachi Street)
คนไหนกันที่ต้องการหาของฝากหรือต้องการหาที่เดินเที่ยวถนนช็อปปิ้งซาคาอิมาจิโตรินี้ตอบโจทย์แน่ๆ ซึ่งที่นี่จะมีร้านขายของที่อยู่ติดๆกันไม่น้อยเลยทีเดียวก็จะมีทั้ง ของกิน เสื้อผ้า ของกำนัล และจากนั้นก็มีทุกอย่างหลายอย่างมากๆที่หาซื้อได้จากที่ตรงนี้เลยละคะ
3. ร้านเลอทาโอะ
(LeTAO)
เป็นร้านของหวานที่มีชื่อมากๆจนได้ขยายไปขายที่ห้างของเมืองไทยด้วย ถ้ามาถึงที่นี่ก็จะต้องรีบตรงมากินเค้กของตรงนี้ให้ได้เลยจ้ะขา เนื่องจากตรงนี้เป็นต้นตอชีสขนมเค้กชื่อดังของฮอกไกโดนั่นเอง ถ้าหากมาแล้วไม่มาตรงนี้ก็ถือว่าพลาดอย่างแรงเลยแบบเดียวกัน
4. คลองโอตารุ
(Otaru Canal)
ตรงนี้คือไฮไลท์ทีเด็ดของเมืองอย่างยิ่งจริงๆแรง คลองที่นี้นับได้ว่าเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในฮอกไกโดอีกด้วย ถ้าหากมาถึงเมืองโอตารุแล้วไม่ได้มามองเห็นคลองไม่ได้ถ่ายรูปเซลฟี่เลยนับว่ามาไม่ถึงอย่างแท้จริง ทีนี่เป็นลำคลองที่เคยใช้ขนส่งผลิตภัณฑ์เพื่อการขายที่เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญสำหรับการขนส่งสินค้าทางเรือไปสู่เกาะฮอกไกโด ซึ่งลำคลองที่นี้ได้ถูกผลิตขึ้นเมื่อปี 1923