4 ย่านที่ได้รับความนิยม ที่น่ามาเดินเที่ยว ในเกาหลี

เที่ยวเกาหลี วันนี้พวกเรามีสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีที่น่าไปไปเที่ยวมากมายๆซึ่งเป็นบริเวณที่คนประเทศเกาหลีจะชอบเดินเที่ยวเป็นที่สุด ผู้ใดกันแน่ที่อ่ะจะมาเสพบรรยากาศแบบสไตล์ประเทศเกาหลีแล้วบรรยากาศที่แล้วพวกเราละก็ วันนี้พวกเราจะมาพารูจักกับย่านที่น่าไปท่องเที่ยวนี้กันเลย!! บอกเลยว่าคุณต้องถูกใจและจับใจอย่างแน่แท้

1. อิแทวอน
Itaewon
ตั้งอยู่ในเขต ยงซาน ทางใต้ของ ย่านเมียงป่ารวมทั้งด้านเหนือของ แม่น้ำฮัน บอกเลยว่าหากคนไหนมาส่งแล้วไม่มาท่องเที่ยวตรงนี้ถือว่าพลาดอย่างแรงเลยล่ะ เพราะตรงนี้เป็นเขตที่เรียกว่ามีความอินเตอร์ที่สุดในกรุงโซล นั่นก็เนื่องจากคราวก่อนตรงนี้ในตอนที่การศึกประเทศเกาหลีทหารอเมริกันก็ได้เข้ามาตั้งฐานทัพในรอบๆนี้
เพราะเหตุผลนี้นี่เองจ้ะจึงทำให้เขตที่นี้ได้พัฒนาและก็มีความเป็นบริเวณนานาชาติ มีร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแล้วก็ของที่ระลึกและก็ห้องอาหารสถานเริงรมย์อีกด้วย แล้วห้องอาหารนั้นก็มีหลายร้านหลายชนชาติมากๆไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอิตาเลียนเยอรมันละร้านอาหารต่างชาติมากรวมทั้งอาหารไทยด้วย

2. มังวอน
Mangwon
ตั้งอยู่ระหว่างบริเวณฮองแดและก็แม่น้ำฮัน ตลาดมังวอนเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยอาหารที่หลายประเภท เที่ยวเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นสตรีทฟู้ดประเทศเกาหลีหรืออาหารสดผักผลไม้อื่นๆบอกเลยว่าน่ารับประทานไปซะทุกๆอย่างเลยจริงๆค่ะ ซึ่งหากคุณมาท่องเที่ยวที่นี่คุณต้องพกเงินรวมทั้งพกกะเพาะมากินเยอะมากๆโน่นก็เนื่องจากโน่นก็น่ากินนี่ก็น่ารับประทานไปหมด!! อ่ะ!แล้วอยากจะบอกเลยว่าราคาอาหารแต่ละอย่างงั้นไม่แพงอย่างที่คุณคิดอีกด้วยนะ
แล้วเมื่ออิ่มจากอาหารแล้วคุณก็สามารถไปท่องเที่ยวมึงลเลอรีหรืออยากจะไปพบหนังสือสักเล่มอ่านในตลาดแห่งนี้ ผู้ใดกันอยากจะลองคาเฟ่ที่เกาหลีมองสักครั้งตลาดมังวอนที่นี้ก็ยังมีอีกด้วยนะ โอ้ย!!มีครบไปชะหมดเลย แบบงี้ต้องมาเที่ยวแลวนะเนี่ย

3. แทฮังโน
Daehakro หรือ Daehangno
ในสมัยก่อนตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของมหาลัยแห่งชาติของโซลด้วยนะ จะเป็นที่ชายหนุ่มๆผู้หญิงเกาหลีจะมาท่องเที่ยวกันที่นี่เป็นส่วนมาก โน่นก็เพราะเหตุว่าที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงแสดงละครรวมทั้งการจัดแสดงละครเวทีหรือการแสดงดนตรีสดมากมาย จึงทำให้ตรงนี้เปลี่ยนเป็นย่านแห่งศิลปะและวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของกรุงโซลเลย แน่ๆว่าย่านแห่งนี้เป็นเขตที่มีวัยรุ่นวัยรุ่นมามากมายจึงทำให้ที่นี่ไม่มีได้มีเพียงแค่โรงแสดงละครเวที แต่จะมีห้องอาหาร ร้านค้าคาเฟ่ต่างๆร้านค้าผับบาร์ ทัวร์เกาหลี ร้านขายของตางๆที่เปิดขึ้นมาเพื่อหนุ่มสาวมาเดินเล่นเล่นชิวๆกันอีกด้วย

4. ฮัปจอง
Hapjeong
เป็นบริเวณที่อยู่ไม่ไกลจากแถวฮองแด บริเวณแห่งนี้มีร้านอาหารอร่อยๆล้นหลามมีอีกทั้งผับบาร์ร้านค้าสไตล์เบเกอรี่และก็ร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งร้านขายของแต่ละร้านค้านั้นก็มีเอกลักษณ์ที่เป็นของตนเองอีกด้วย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของเหล่าวัยรุ่นประเทศเกาหลีที่ชื่นชอบมาเที่ยวแล้วก็มานั่งจิบกาแฟกันที่นี่ ซึ่งฮัปจองจะมีศูนย์การค้าที่ดังในเรื่องของเสื้อผ้าแฟชั่นอยู่มากอย่างยิ่งจริงๆจ้ะ
แล้วก็สิ่งที่จำเป็นต้องร้องกรี๊ดๆเลยก็คือที่นี่มีสำนักงานใหญ่ของ YG Entertainment ตั้งอยู่อีกด้วย ซึ่งจะมีนักร้องเกาหลีมีชื่อคนจำนวนไม่น้อยอยู่ตรงนี้กันไม่น้อยเลยทีเดียวรวมทั้งถึงแม้จะเข้าไปไม่ได้ แต่ว่าก็ขอเห็นนักแสดงที่ชอบพอสักแป๊บๆก็ยังดี อย่างนี้คุณจะพลาดมิได้แล้วนะค่ะเนี่ย

ท่องเที่ยว มุมมองใหม่ๆในเกาหลี

ทัวร์เกาหลี ใครๆก็ต้องการไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีสักครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีก็ตาม ด้วยเหตุว่าประเทศเกาหลีไต้นั้นมีเอกลักษณ์ที่น่าดึงดูดและน่าติดตาเฉพาะบุคคล ทัวร์เกาหลี ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติหรือวัฒนธรรมก็ตาม ในวันนี้พวกเราจะมาพาทุกคนท่องเที่ยวประเทศเกาหลีในมุมมองใหม่ๆที่คุณจะไม่เคยได้ไปได้มองเห็น เพราะที่เราจะพาไปรู็จักกับที่เที่ยวนี้บางทีอาจจะไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวยอดฮิตนัก แต่ก็เป็นสถานที่สวยสดงดงามไม่แพ้ที่ใดแน่นอน เอาละ!มาดูกันเลยว่ามีที่แห่งไหนบ้าง
1. กำแพงรอบตำหนักจากย็องจอน
วังจากย็องจอนเป็นหนึ่งในอาคารที่อยู่ในพระราชสำนักคย็องบประมาณก เคยถูกไฟไหม้และได้รับการผลิตขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ ทัวร์เกาหลี 1888 ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระพันปี แล้วก็ภายหลังได้รับการประกาศให้เป็นโภคทรัพย์แห่งชาติของประเทศเกาหลี เดินข้อดีของกำแพงในตำหนักนี้จะมีลวดลายที่งดงามซึ่งต่างจากพระราชวังอื่นๆในพระราชสำนัก
2. ราชสำนักคย็องบประมาณก
เป็นวังที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 5 วังของกรุงโซล ที่ผลิตขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2394 รวมทั้งเป็นที่ว่าราชการของกษัตริย์วงศ์สกุลโชซอนมาตลอด ได้เริ่มนั้นมี 200 กว่าตึกแต่ว่าโดนเผารวมทั้งถูกทำลายไปเป็นจำนวนมากโดยกองทัพประเทศญี่ปุ่น เดี๋ยวนี้ก็ได้ซ่อมขึ้นมาใหม่โดยใช้ชิ้นส่วนของตึกเดิมที่เหลืออยู่กับวัสดุใหม่
3. ปากน้ำโพแห่งโซลบุรี
เป็นคลองที่ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ภายหลังลงสะพานทับอยู่หลายปี วันพรุ่งไปเรื่อยๆราว 8 กิโลเมตรก็จะพบจุดรวมกับของอีกสายนึงที่ชื่อว่าจุงนังชอน แล้วถ้าหากเดินลงมาอีกก็จะพบจุดที่คลองทั้งสองไหลลงแม่น้ำฮัน ที่เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลสร้างผ่านกลางกรุงโซล
4. วัดบงวอนซา
เป็นวัดหลักของศาสนาพุทธนิกายแทโกในประเทศเกาหลี ซึ่งในนิกายนี้สงฆ์สามารถสมรสได้ วัดตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นอันซานใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยยอนแซ ถ้าคนใดกันแน่อยากมาดูดอกบัวในวัด ก็ชี้แนะว่าให้มาในฤดูร้อนกึ่งกลางก.ค.ถึงสิงหาคม
5. พระราชสำนักเกลียดด็อก
อินจ็องจอน คือชื่อของพระที่นั่งหลักที่อยู่ในพระราชวังเกลียดด็อก อีกวังหนึ่งที่อยู่ในเมืองเก่าของกรุงโซล ผู้คนเรียกพระราชวังแห่งนี้ว่าวังตะวันออก ในยุคเก่านั้นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในทีแรกกองทัพญี่ปุ่นก็ได้เข้ามาเผาและทำลายวังในวังหลวงแทบหมด รวมถึงวังนี้ด้วย และเมื่อสงเงียบสงบราชสำนักก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่และใช้เป็นที่ว่าราชการของกษัตริย์ตลอดมา สิ่งที่น่าท่องเที่ยวในนี่ก็คือส่วนลับในวังนั้นเอง
6. สวนดอกไม้ที่ Olympic Park
ในสวนนี้เป็นเขตเมืองโบราณของอาณาจักรแพ็กเจมีทั้งยังแนวกำแพงเมืองรวมทั้งพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งแน่ๆว่าในสวนนี้มีอะไรให้ดูมากยิ่งกว่าต้นไม้แน่นอน เนื่องจากในส่วนนี้มีทั้งกุหลาบรวมทั้งทุ่งดอกไม้ที่มากมายสวยสดงดงามด้วย

5 ที่เที่ยวพักกายหัวใจในญี่ปุ่น ที่พักว่าฟิน!!

เที่ยวญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความมากมายในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวรวมทั้งความสวยทางธรรมชาติ ทั้งยังมีของกินที่มากมายให้น่าทานเยอะไปหมด ญี่ปุ่นเลยแปลงเป็นประเทศที่ใครๆก็ต้องการจะไปท่องเที่ยว วันนี้เราจึงจะมาเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ที่รับรองว่าคุณควรต้องชื่นชอบอย่างไม่ต้องสงสัย
1. ศาลเจ้าเมจิ
Meiji Jingu
เป็นศาลเจ้าที่ดั้งเดิมแล้วก็เลื่องลือมากมาย ซึ่งอยู่จุดศูนย์กลางโตเกียว ซึ่งศาลเจ้าที่นี้ชี้แนะเลยว่าคุณห้ามพลาดเลยเด็ดขาดหากคุณได้ไปญี่ปุ่น ศาลเจ้าแห่งนี้รายล้อมไปด้วยต้นไม้ล้นหลาม รวมทั้งคุณลักษณะเด่นอีกอย่างก็อยู่ตรงที่โทริอิที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งศาลเจ้าที่นี้คนญี่ปุ่นมักจะมาแต่งแบบดั้งเดิมแล้วก็มีคนมาขอพรในวันปีใหม่กันเยอะแยะ
2. เมืองโตเกียวดิสนี่ย์แลนด์ ทัวร์ญี่ปุ่น แล้วก็ดิสนี่ย์ซี
Tokyo Disneyland & Tokyo Disneysea
เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองโตเกียว ที่ผู้ใหญ่แล้วก็เด็กสามารถเข้ามาเล่นสนุกในนี้ได้ทุกวัย ตรงนี้มีของเล่นเด็กมากไม่น้อยเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นวังหรือเครื่องเล่นอื่นๆมาก ทั้งยังยังมีจุดถ่ายภาพงามๆมากมายก่ายกอง แล้วก็ทีเด็ดที่สุดของที่นี่ก็คือขบวนพาเหรดที่มีตัวละครดิสนีย์ล้นหลามเข้ามาร่วมเคลื่อนขบวน เพื่อสร้างสีสรรค์และก็ความสนุกสนานให้กับผู้ชม คนไหนกันที่รู้สึกชื่นชอบตัวการ์ตูนดิสนีย์แลนด์คุณจะมาท่องเที่ยวที่นี่อย่างใหญ่โต
3. วัดอาซากุสะ หรือ วัดเซนโซจิ
Sensoji Temple
ที่นี่เป็นที่เที่ยวสำคัญของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากว่าจุดเด่นของตรงนี้เลยก็คือตะเกียงแดงอันใหญ่ยักษ์ที่ตั้งอยู่วัดอาซากุสะนั่นเอง ชาวญี่ปุ่นโดยมากจะนิยมมาไหว้พระขอพรกันที่นี่ แล้วยิ่งเป็นในตอนวันขึ้นปีใหม่ด้วยแล้วพวกเราก็จะอัดแน่นไปด้วยผู้คนที่มาขอพรมากมายก่ายกอง อีกทั้งบริเวณหน้าวัดนั้นยังมีร้านขายของกินอร่อยอร่อยมากมาย แล้วก็มีร้านขายข้าวของเครื่องใช้เพื่อให้ทุกคนได้ช็อปกันอย่างเพลินๆ
4. ทะเลสาบคาวาข้าจิโกะ
Lake Kawaguchiko
คนใดที่อยากท่องเที่ยวแบบเห็นวิวธรรมชาติทะเลสาบแบบชัดชัดแนะนำมาที่ทะเลสาบคาวากุจิโกะ ทัวร์ญี่ปุ่น ซึ่งทะเลสาบที่นี้จะสามารถแลเห็นภูเขาไฟฟูจิแบบงามงามได้เด่นชัด แล้วยิ่งเป็นฤดูที่ซากุระบานแล้วพวกเราก็จะรู้สึกเสมือนอยู่ในรูปภาพวาด ด้วยเหตุว่าจะมีดอกซากุระที่กำลังเบ่งบานตัดกับความสวยของภูเขาไฟฟูจิ อีกอย่างทะเลสาบที่นี้เป็นที่พักผ่อนพักผ่อนของคนประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย
5. ป่าไผ่
Sagano
ดงไผ่ของญี่ปุ่นที่นี่เป็นสถานที่ที่ควรลองท่องเที่ยวดูสักครั้ง ยิ่งเป็นสายที่ถูกใจถ่ายรูปด้วยแล้วละก็จะเป็นสถานที่ที่ถ่ายภาพที่สวยมากอีกแห่งหนึ่ง ป่าไผ่เฮงนี้เป็นดงไผ่แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นซึ่งมีบริการเช่าชุดแบบประเทศญี่ปุ่นให้ใส่มาถ่ายรูปอีกด้วย นับว่าเป็นสถานที่ที่น่าลองท่องเที่ยวมหาศาล

5 เรื่องที่จำเป็นต้องทราบนิดหน่อย ก่อนที่จะไปเที่ยวในประเทศเกาหลี!!

ทัวร์เกาหลีราคาถูก สวัสดีจ้ะทุกคน! ช่วงนี้คุณกำลังจะไปเที่ยวประเทศเกาหลีอยู่ใช่ไหมล่ะ? ก็อย่างว่าด้วยเหตุว่าเกาหลีนั้นมีสถานที่เที่ยวจำนวนมากจริงๆไม่ว่าจะเป็น ที่เที่ยว ที่รับประทาน ที่ช็อป และก็ยังรวมทั้งแหล่งวัฒนธรรม ทั้งยังก็ต้องการจะไปเจอโอปป้าประเทศเกาหลีเสมือนในซีรีย์อีกด้วย! แล้วอย่างนี้จะไม่อยากไปได้ยังไงล่ะคะใช่ไหม! แต่ว่านะก่อนจะไปเที่ยวเกาหลีนั้น วันนี้จะต้องมารู้เรื่องอะไรนิดๆหน่อยๆก่อน เพื่อได้ท่องเที่ยวเกาหลีอย่างสบายใจแล้วก็เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน!!
ข้อควรจะรู้เมื่อไปเที่ยวที่เกาหลี

1. อย่าเรียกบุคคลอื่นว่าโอปป้าที่เกาหลี
เนื่องจากเมืองไทยนั้นจะเข้าหัวใจว่าคำว่าโอปป้าใช้เรียกแทนหนุ่มๆหล่อๆที่เข้าใจแบบงั้นด้วยเหตุว่าในซีรีย์ประเทศเกาหลีมันเป็นแบบนั้น แต่ว่าในชีวิตจริงหากท่องเที่ยวแล้วพบเพศชายเกาหลีหล่อๆก็อยากไปเรียกว่าโอปป้า เพราะคำว่าโอปป้าเนี่ยมันแปลว่าพี่ชายนะคะ ก็อย่างว่าที่ประเทศเกาหลีเขาจะถือเรื่องสิทธิบุคคลเรื่องนี้ก็เหมือนกันเขาจะถือ ส่วนมากที่จะเรียกว่าโอปป้าอะไรอย่างงั้นกันได้ก็ต้องสนิทกันหรือฝ้ายข้างใดข้างหนึ่งยินยอมให้เรียกนั่นเอง

2.. อย่าแอบถ่ายรูปหรือบันทึกวีดีโอคนอื่นเด็ดขาด
เพราะเหตุว่าคนเกาหลีนั้นค่อนข้างจะถือเรื่องสิทธิส่วนบุคคลเอามากๆเลยคะ การถ่ายภาพโดยมิได้รับอนุญาตนั้นก็จะทำให้โดนจับเข้าเรือนจำได้เลย บอกเลยจ๊ะคะว่ากฎหมายที่ประเทศเกาหลีนั้นแรงมากเลยทีเดียว ด้วยเหตุว่าถ้าหากถ่ายภาพโดยมิได้รับการอนุญาตจะมีโทษติดตะรางถึง 7 ทัวร์เกาหลี ปี ปรับ 30 ล้านวอนหรือโดยประมาณ 9แสนบาทไทยอย่างยิ่งจริงๆ ถ้าหากสหายๆพิจารณาก็คือโทรศัพท์ทุกรุ่นที่ประเทศเกาหลีเวลาถ่ายภาพก็จะมีเสียงชัตเตอร์ นั่นก็เพื่อป้องกันการแอบถ่ายนั่นเอง

3. ถ้าขึ้นรถไฟฟ้าอย่าเสียงดังเด็ดขาด
คนประเทศเกาหลีเวลาขึ้นรถกระแสไฟฟ้าก็จะเงียบทันที ไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือเสียงโทรศัพท์ก็จำเป็นที่จะต้องปิด เพราะว่าเขานับว่าเป็นมารยาททางสังคมของคนเกาหลี เวลาอยู่บนรถไฟจำเป็นจะต้องไม่โทรคุยหรือคุยกับผู้อื่น ด้วยเหตุนั้นถ้าหากสหายๆได้ไปเที่ยวแล้วขึ้นรถไฟฟ้า ก็อย่าลืมที่จะปิดโทรศัพท์แล้วก็ห้ามแผดเสียงดังกันนะคะ

4. พบของตกหล่นอย่าถือเด็ดขาด
หากว่าเพื่อนพ้องๆเจอของผู้ใดก็ตามที่ประเทศเกาหลีตกอยู่ บอกเลยจ๊าคะว่าห้ามไปจับมาเป็นของตนเองเด็ดขาด ทัวร์เกาหลี ด้วยเหตุว่าคนประเทศเกาหลีนั้นเขาจะไม่หยิบของที่ตกหล่นมาเป็นของตนเอง บางบุคคลบางครั้งก็อาจจะลืมของไว้ที่ห้องสุขาหรือว่าป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง เจ้าของกลับมาก็จะได้ของคืนด้วยเหตุว่าของจะยังอยู่ที่เดิม ด้วยเหตุดังกล่าวหากทำของหายที่เกาหลีจำนวนมากก็จะเอากลับคืนจ้ะ

5. รับประทานรวมทั้งจำเป็นต้องเก็บจานชามด้วย
คนเกาหลีที่นี่เขาก็รณรงค์ให้คนเก็บภาชนะเทขยะลงถังและก็ให้แยกเป็นชนิดและประเภทภาชนะด้วย นั่นก็เพื่อความเรียบร้อยระเบียบและเพื่อการดูแลและรักษาความสะอาดในร้านอาหรร้านค้าคาเฟ่ต่างๆเพราะฉะนั้นถ้าเกิดสหายๆท่องเที่ยวประเทศเกาหลีก็คงจะทำตามคนประเทศเกาหลีนะคะ ทานแล้วก็ควรเก็บมาทิ้งเองด้วยเนอะ เข้าเมืองตาลิ่วก็จะต้องหรี่ตาตามใช่ไหมล่ะคะ

6 อาหารขบเคี้ยวที่จะต้องทดลอง เมื่อท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี!

เที่ยวเกาหลี บอกเลยว่าประเทศเกาหลีนั้นมีของกินที่น่าลิ้มลองจำนวนไม่ใช่น้อยเลย เมื่อเพื่อนๆได้ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีแล้วการันตีเลยว่าจำเป็นต้องเลือกผิดว่าจะกินอะไรดีอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งวันนี้ก็ต้องการจะมาเสนอแนะขนมกินเล่น ที่พักเลยจ๊าคะว่าจำเป็นจะต้องอร่อยเพื่อนๆอย่างไม่ต้องสงสัย!! ของกินที่จะมาแนะนำมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย!!

1. ราเมนฮอทดอก
Ramen ทัวร์เกาหลีราคาถูก hotdog
เป็นของกินที่เอาฮอทดอกแล้วห่อด้วยใบหมี่ครึ่งสำเร็จรูป แล้วหลังจากนั้นก็นำเอามาทิ่มกับไม้รวมทั้งนำไปทอดจนกว่าจะเหลืองกรอบ เป็นการผสมผสานด้วงฮอทดอกแล้วก็บะหมี่สำเร็จรูปนั่นเอง บอกเลยว่ามันจะอร่อยอย่างใหญ่โตในช่วงเวลาที่ทอดเสร็จใหม่ๆสหายๆซื้อรับประทานก็จำเป็นจะต้องรีบกินอย่างฉับพลัน เพื่อจะได้รสความอร่อยรวมทั้งความกรอบนั่นเอง

2. หนอนไหมเกาหลี
Beondegi
คล้ายกับหนอนของบ้านเรา แต่ตรงนี้จะเป็นหนอนไหมทอดที่คนเกาหลีก็เอามาต้มซุปและจากนั้นก็เอามาทานเล่น ซึ่งรสชาติก็จะออกเค็มๆหนึบๆซึ่งบอกเลยว่าไม่ได้รับประทานกล้วยๆนะเขาจะมีเฉพาะบางฤดูเพียงเท่านั้น ทัวร์เกาหลี คนไหนกันที่ชอบกินผ่อนผันแล้วก็คงจะกินนอนไหมประเทศเกาหลีได้

3. พุงออปัง หรือ ขนมปังปลาไส้ถั่วแดง
bungeoppang
เป็นขนมปังรูปปลาแล้วด้านในตัวปลานั้นจะเป็นไส้ถั่วแดงกวน ซึ่งในบางร้านอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีไส้อื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นไส้ครีมหรือไส้ช็อกโกแลต การทานให้อร่อยที่สุดเลยก็คือน่าจะทานในช่วงเวลาที่มันร้อน เพราะเหตุว่ามันจะกรอบนอกแล้วก็นุ่มในรับประทานแล้วอร่อยมากๆ

4. ออมุก
Ehmook
เป็นของกินที่ทำด้วยปลาบดซึ่งทำมาจากเนื้อปลาแท้ๆผสมด้วยผักสับละเอียดและแป้ง ปั้นเป็นก้อนแล้วหลังจากนั้นก็เอามาแทงไม้แล้วลงทอดหรือว่าต้ม ซึ่งอาหารชนิดนี้เขาจะทำกันแบบใหม่ๆก็เลยควรต้องรอคอยซื้อนานหน่อย แล้วนอกจากลาหมดก็ยังสามารถนำอาหารจำพวกอื่นมาทิ่มบนไม้ได้อีกด้วยว่าจะเป็นไก่ย่างหรือฮอตด็อก

5. เกี๊ยวเกาหลีมันดู
Mandu
เป็นอาหารซึ่งสามารถกินเล่นก็ได้หรือจะรับประทานเป็นอาหารหรือเป็นอาหารไปเลยก็ได้เกี๊ยวเกาหลีอันนี้จะเป็นอาหารยอดนิยมของชาวประเทศเกาหลีมาก จะมีหลายไส้อย่างมากซึ่งไส้ที่ยอดนิยมกันเลยก็คือใส่เนื้อสับผสมกับเต้าหู้แล้วก็ผักและก็นำไปทอดให้กรอบ บอกเลยว่าหากรับประทานแล้วจะต้องต้องการกินอีกอย่างแน่แท้

6. ต๊อกโบกี
Tteokbokki
เป็นของกินเล่นที่เมื่อไปถึงเกาหลีจำเป็นที่จะต้องรับประทานให้ได้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นของกินที่หาเลี้ยงชีพได้ง่ายในประเทศเกาหลี ซึ่งอาหารจำพวกนี้ทำมาจากแป้งนิ่มราดด้วยซอสพริกรสเผ็ดหวานหรือที่เรียกว่าซอสวัวยกจัง ผู้ใดกันที่ชอบรับประทานเผ็ดและก็ต้องการหาอะไรเที่ยวเล่นๆก็ควรต้องไม่พลาดโดยเด็ดขาด

5 สถานที่เที่ยวมีคุณค่าแก่การไปสัมผัส ที่ พม่า

เที่ยวพม่า ถ้าพูดถึงประเทศพม่าที่เป็นบ้านใกล้เรือนเคียงจากเมืองไทยเรา เมื่อนึกถึงการมาท่องเที่ยวพม่าทุกคนก็ชอบรำลึกถึงการไปไหว้พระขอพรเท่านั้น แต่จริงๆแล้วเมียนมาร์ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งเป็นอย่างยิ่ง ที่มีคุณค่ากับการมาสัมผัสสักหนึ่งครั้งในชีวิตนี้ พวกเราก็เลยได้เก็บรวบรวม 5 สถานที่เที่ยวที่นอกเหนือจากการไหว้พระมาให้เพื่อนพ้องๆได้ทราบจักกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีตรงไหนบ้างนั้นตามมาเลย!
1. Sane Let Tin Resort
เป็นเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ที่จะจะต้องมาพักมาท่องเที่ยวให้ได้เลย เพราะตรงนี้จะมีผลให้ผู้ที่ก้าวเข้ามาในบังกะโลได้สัมผัสกับความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ที่ตั้งอยู่เมืองไจโทที่ห่างจากย่างกุ้งโดยประมาณ 30 นาที ที่ที่นี้มันร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ไปทั่วรอบๆ ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 150 ทัวร์พม่า ไร่ เนื่องจากกว้างขนาดนี้เลยทำให้มีกิจกรรมต่างๆมากมายก่ายกองในที่แห่งนี้ ที่รอให้เพื่อนพ้องๆได้มาบันเทิงใจกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็น สระกลางแจ้ง เช่ารถจักรยานเพื่อนพ้องดูวิวรอบๆหรือขี่ม้าที่เป็นประสบการณ์แบบใหม่นั่นเองค่ะ
2. Cocks Comb
เป็นอีกแห่งที่อยากให้มาสัมผัสกับธรรมชาติใต้น้ำ ที่นี่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่มีปลามีต้นปะการังหลากหลายชนิดมาก ซึ่งที่นี่มีอีกชื่อว่า เกาะหัวใจมรกต ถึงตรงนี้เป็นเกาะที่ไม่มีชาดชายหาดแต่ว่าก็สามารถที่จะว่ายลอดปากช่องที่เป็นปากทางเข้าปะการังเข้าไปได้ คุณจะมองเห็นได้ว่าช่องกลางเกาะจะมีรูปร่างคล้ายกับหัวใจบวกกับน้ำทะเลที่มีสีมรกต จึงนำไปสู่ฉายานามขึ้นว่าเกาะหัวใจมรกตนั้นเอง
3. U Bein Bridge
สะพานอูเบ็ง เป็นสะพานไม้ที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีอายุมากกว่า 200 ปี สะพานที่นี้ถูกทำด้วยไม้สักที่เหลือจากการถอดถอนพระราชสำนักเก่าของกรุงอังวะ สะพานที่นี้มีความยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร ตรงนี้จึงเป็นอีกแห่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดความรู้สึกถึงบรรยากาศสมัยก่อน แล้วยังนับได้ว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย
4. Yangon Zay
ผู้ใดอยากมาตลาดที่พร้อมของกินอร่อยที่พม่าก็จำเป็นต้องมาตรงนี้เลย ตลาดแห่งนี้มีอาหารอร่อยให้ท่านมาเลือกลองเยอะทั้งยังยังมีผลิตภัณฑ์จากพม่าแบบไม่ซ้ำกัน เนื่องจากได้สะสมวัตถุดิบเขตแดนของพม่าออกมาขายซึ่งนับว่าเป็นเอกลักษณ์และไม่มีที่ใดมาก่อน แถมตลาดที่นี้เขาไม่มีใส่ถุงก๊อบแก๊บให้นะจ๊ะ เพราะว่าเขานับว่าต้องเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม
5. Yangon Water Boom
หากอากาศร้อนก็จำต้องไปพักผ่อนเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันดีกว่า! สวนสนุกแห่งนี้เป็นสวนน้ำที่แรกของประเทศพม่าที่ตั้งอยู่เมืองย่างกุ้ง คุณจะได้พบกับสไลเดอร์สุดเจ๋งที่ทั้งยังหวัดเสียวแล้วก็มีความสูงถึง เที่ยวพม่า 15 เมตร ทั้งยังลื่นลงมาด้วยความเร็ว 70 กิโลต่อชั่วโมงอีกด้วย โอ้โห!แบบนี้ไม่เรียกว่าเสียวก็ไม่เคยรู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว ที่นี่เด็กก็มาได้ผู้ใหญ่ก็มาดีก็จะมีโซนสำหรับเด็กๆให้ได้เล่นกันอีกด้วยพ่อแม่พี่น้องจึงไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง ทั้งยังมีบริการที่อำนวยความสะดวกว่าจะเป็นร้านร้านค้าซาลอนต่างๆอย่างนี้เรียกว่าเที่ยวแบบครบถ้วน

6 สถานที่ท่องเที่ยวประเทศเกาหลี ที่ไม่ได้มีดีแค่เวลากลางวัน

เที่ยวเกาหลี คนไหนกันแน่ที่อยากท่องเที่ยวเกาหลีหรือเที่ยวกับทัวร์เกาหลี เที่ยวเกาหลี ที่มีค่าเลี้ยงชีพไม่สูงใครๆก็ต้องระลึกถึงกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้อย่างแน่แท้ บอกได้เลยว่าที่นี่มีทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์สวยๆแหล่งช้อปปิ้งดีๆแถมอาหารก็อร่อยคนประเทศไทยเอาซะด้วย แม้กระนั้นวันนี้เราอาจไม่ได้จะพามาชี้แนะที่เที่ยวแบบซ้ำจากจำเจๆแน่นอน เพราะว่าเราจำต้องพูดว่าเกาหลีนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ที่เที่ยวช่วงกลางวันสวยๆเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังมีตอนกลางคืนที่น่าท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน มาดูกันเลยว่ามีที่แห่งไหนบ้าง ลุย!
1. ย่านทงแดมุน
ผู้ใดกันที่มีเป้าหมายคือการช้อปปิ้งและก็ปรารถนาเสื้อผ้างามๆเก๋ๆที่ไม่เหมือนใครแล้วละก็ย่านทงแดมุนตอบสนองในสิ่งที่ต้องการของคุณแน่นอน แถมที่นี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งเยอะมากไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางค์ที่มีราคาถูก เสื้อผ้าที่ดูงามเก๋ แถมในถุงย่ามนี้เขาเปิดถึงดึกมากๆกล่าวได้ว่าเปิดกันถึงเช้าตรู่เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นคุณสามารถช็อปกระจาย กระเป๋าฉีกได้ตามสะดวกเลย
2. เขตดงแด
คนไหนกันที่สายงานเลี้ยงที่ถูกใจแฮงเอาท์ แดนซ์กระจัดกระจาย รวมทั้งถูกใจไปส่งโอปป้าหล่อๆละก็ จำต้องมาย่านดงแฮ เพราะเหตุว่าเขตนี้เป็นย่านที่เก็บในคลับดีๆไว้เพียบ และที่สำคัญตรงนี้เขาปิดกันถึงตี 5 เปิดงานเลี้ยงกันแบบยาวๆสนุกกันข้ามวันข้ามคืนกันอย่างยิ่งจริงๆ แต่สาวๆก็ต้องระมัดระวังตัวด้วยนะ
3. เขตกังนัม
ผู้ใดที่ชอบนั่งดริ้งฟังเพลงแบบชิวๆและจะต้องมาย่านกังนัม นอนตรงนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบนั่งจิบเบียร์เพลินๆเม้าท์มอยกันไปแบบเรื่อยๆเพียงพอรู้สึกอยากลับก็กลับไปนอนเพราะตรงนี้เขาปิดเพียงแค่ถึงตี 2
4. ริมน้ำฮัน
ถ้าหากต้องการจะดูทิวทัศน์สวยๆมีความโรแมนติกละก็จำเป็นที่จะต้องมารินแม่น้ำฮัน ซึ่งเป็นแหล่งยอดฮิตที่นึงที่วัยรุ่นวัยรุ่นชอบมานั่งดูวิวหรือมานั่งจิบกันมากมาย แต่ว่าการที่จะมาหาที่นั่งที่นี้ก็บางครั้งอาจจะนานสักหน่อย โน่นก็เพราะเหตุว่ามีคนมาเยอะแยะเอามากๆโน่น จริงๆก็ไม่แปลกใจมากแค่ไหน วิวงามบรรยากาศดีอย่างงี้ ผู้ใดกันแน่ละจะไม่มาท่องเที่ยวกันใช่ไหมละ
5. สวนลอยฟ้า Seoullo 7017
ตรงนี้เป็นจุดแลนด์มาร์คสถานที่เที่ยวของเกาหลีที่พึ่งจะเปิดตัวกันไปได้ไม่นาน กับฟุตบาทลอยฟ้าที่สถานีรถไฟกรุงโซล ที่นี่จะมีการเก็บรวบรวมต้นไม้หลายสายพันธุ์เอาไว้ รวมทั้งไฟตอนกลางคืนที่นี้งามมากมาย คนไหนที่ต้องการมาถ่ายภาพสวยๆแล้วจะเอาอัพอเพียงวดเพื่อนฝูงลงโซเซียล ก็จะต้องมาที่นี่ให้ได้เลย
6. เขตอัพกูจอง
บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง SM Entertainment และ ทัวร์เกาหลี JYP Entertainment ทั้งยังยังเป็นเขตในกลางคืนที่มีความสวยสดงดงามมากมายๆเนื่องจากนับได้ว่าเป็นเขตเศรษฐกิจของกรุงโซลนั่นเอง ที่นี่ก็เลยเต็มไปด้วยร้านรวงที่มีผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังจำนวนมาก และก็ร้านอาหารอร่อยๆเยอะแยะไปหมด แล้วก็สิ่งจำเป็นที่สุดก็คือมีโอปป้าเพียบ!นั่นเอง
เป็นยังไกันบ้างกับสถานที่ท่องเที่ยวกรุงโซลงามๆในตอนกลางคืน ผู้ใดที่ต้องการจะไปเกาหลีละก็อย่าลืมไปในสถานที่เราได้แนะนำไปด้วยละ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับสิ่งที่เราได้เสนอแนะไปแน่ๆ

N Seoul Tower หอคอยดูวิวในกรุงโซล ที่ห้ามพลาด!

เที่ยวเกาหลี เอ็นโซลทาวเวอร์ (N Seoul Towe) เป็นอีกที่หนึ่งที่น่ามาท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลี หอคอยแห่งนี้เป็นหอคอยสังเกตการณ์ที่ตั้งอยู่เทือกเขานัมซานของจังหวัดคย็องกี แล้วถือได้ว่าจุดที่สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในกรุงโซลอีกด้วย หอสังเกตการณ์แห่งนี้ มีความสูงจากฐานประมาณ 236.7 เมตร แล้วก็สูงถึง 480 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งถือได้ว่าหอคอยเมืองที่สูงที่สุดแถมยังติดอันดับ 1 ใน 18 อันดับของโลก ได้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1969 เพื่อเป็นหอส่งคลื่นวิทยุทั่วๆไปแห่งแรกของประเทศเกาหลีใต้ หอสังเกตการณ์ที่นี้ได้ให้บริการกระจายเสียงทางโทรทัศน์รวมทั้งวิทยุรวมทั้งยังเป็นหอสังเกตการณ์ ซึ่งได้เปิดบริการให้กับคนทั่วๆไปได้รับเข้าชมตั้งแต่ปีพศ.1980 ซึ่งได้เปลี่ยนเป็นชื่อเรียกว่าโซลทาวเวอร์
หอคอยโซลทาวเวอร์ได้เปิดบริการให้นักเดินทางได้ท่องเที่ยวดูตั้งแต่ในปี คริสต์ศักราช2001 ทัวร์เกาหลี และก็แปลงเป็นสถานที่เที่ยวที่มีคนท่องเที่ยวอีกทั้งในประเทศและเมืองนอกจำนวนมากมากมาย ถัดมาถัดมาก็มีบริษัทวายครั้งเอ็นได้ร่วมลงทุนกับบริษัทซีเจ อีกทั้ง 2 บริษัทนี้ก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงหอคอยพร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็น N Seoul Tower ตัว N เติมนี้มันสื่อความหมายเป็นอักษรย่อที่มาจากคำถึงสามคำก็คือ New (ใหม่), Natural (ธรรมชาติ) แล้วก็ Namsan (นัมซาน) จึงทำให้เปลี่ยนเป็นที่รู้จักเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วก็มีอีกชื่อหนึ่งที่คนเกาหลีมักเรียกกันก็คือนัมซานทาวเวอร์
พวกเราได้รู้จะเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเอ็นโซลทาวเวอร์นี้แล้ว ก็จะมาจะมาพาเพื่อนๆรู้จักกับด้านในของที่นี่กัน หอสังเกตการณ์ที่นี้จะได้จะถูกแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนหลักด้วยกัน
1. เอ็นลอบบี้ (N Lobby)
ก็จะมี ปากทางเข้าหอพักดูดาว , ส่วนโปรโมท , พิพิธภัณฑ์มีชีวิต , คาเฟ่ร้านขายกาแฟเอ็นสวีทบาร์ , ร้านขายของของที่ระลึก ทัวร์เกาหลี , โรงแสดงละครเด็ก และก็ห้องพยาบาล (Nursing Room)
2. เอ็นพลาซ่า (N Plaza)
จะมีอยู่ 2 ชั้นหมายถึงพลาซ่าชั้น 1 ซึ่งเป็นที่ตั้งของตู้ขายตั๋ว, ศูนย์อาหาร, สวนแสงสว่าง, ลานต้นหญ้า และร้านขายของที่ระลึก ในส่วนของพลาซ่าชั้น 2 ประกอบไปด้วยห้องอาหารรวมทั้งคาเฟ่ โดยยิ่งไปกว่านั้นในส่วนของดาดฟ้าระเบียง ซึ่งเป็นจุดที่คุณสามารถเกี่ยว กุญแจที่ความรัก
3. เอ็นทาวเวอร์ (N Tower)
จะมีอยู่ 4 ชั้น โดยชั้น 1 ถึงชั้น 3 นั้นจะประกอบไปด้วย พิพิธภัณฑสถานตุ๊กตาหมี , หอดูดาวดิจิตอล, ห้องอาหารเกาหลี, ร้านขายของที่ระลึก, ห้องพักผ่อน, ร้านขายกาแฟ ส่วนชั้น 4 นั้นจะถูกเรียกว่าชั้น 5 เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่ในประเทศเกาหลีเขาจะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีชั้น 4 ซึ่งน่าจะเป็นเกี่ยวกับความเชื่อถือคล้ายกับบ้านเราที่ว่าเลข 13 นั้นไม่ดี ในชั้น 4 นี้มีร้านอาหารที่หมุนได้ถึง 360 องศาซึ่งร้านค้านั้นมีชื่อว่า N Grill เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมสำหรับการรับประทานอาหารกับการดูทิวทัศน์
ต้องบอกเลยว่าหอคอยที่นี้ได้นับได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คที่เป็นเครื่องหมายสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงโซล และเปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวที่เลื่องลือแห่งหนึ่งที่ถ้าหากว่ามาเกาหลีแล้วไม่มาตรงนี้ก็ถือว่ามาไม่ถึง!

ท่องเที่ยวปูเฉลียงและก็จินแฮ ดูดอกซากุระบานสะพรั่ง

เที่ยวเกาหลี หลายคนในเวลานี้ก็น่าจะมีแพลนลานไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่ว่าจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีคนเดียวหรือไปกับทัวร์เกาหลีก็ตาม เพื่อมาดูดอกซากุระที่เกาหลีใต้ที่เมืองปูเฉลียงรวมทั้งจินแฮ
ปูซาน เป็นเมืองเศรษฐกิจชั้น 2 ของประเทศเกาหลีใต้รองจากกรุงโซล มีประชาชนอาศัยหนาแน่นและเป็นเมืองที่ติดทะเลฝั่งทิศตะวันออก เป็นศูนย์กลางของท่าเรือส่งสินค้าขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกแถมมีสถานที่เที่ยวในและมีบริเวณช้อปปิ้งมากมายไม่แพ้กรุงโซลเลย
ซากุระ คนเกาหลีเขาจะไม่เรียกว่าต้นซากุระ จะมีคำเรียกภาษาเกาหลีว่า ดอกพ๊อตกต ได้เวลาไปเที่ยวเกาหลีก็เสนอแนะให้ใช้คำว่าดอกพ๊อตกตเพื่อคุยกับคนท้องถิ่น ดอกพ๊อตกตที่เมืองปูซานรวมทั้งเมืองจินแฮนั้นจะเริ่มบานตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.ถึงต้นเดือนม.ย. (ไม่เกินวันที่ 10) ในทุกๆปีขอรับ โดยจะบานเต็มที่อยู่ไม่เกิน 1 อาทิตย์และจะเริ่มร่วงลงไป​ แต่ว่าดังนี้ก็ขึ้นกับลักษณะอากาศในปีนั้นๆด้วย
1. Gamcheon Culture Village
ที่นี่เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมกัมชอนนั่นเอง คนใดที่เคยไปปูซานคงจะเคยไปเที่ยวหมู่บ้านแห่งนี้กันเยอะแยะ หมู่บ้านนี้มีการเรียงรายตามแนวเชิงเขาแล้วก็ตกแต่งลงสีบ้านให้มองงดงามคล้ายกับกรีซ ซึ่งตอนฤดูใบไม้ผลินั้นเราสามารถเที่ยวหมู่บ้านกับชมดอกพ๊อตกตที่อยู่ระหว่างถนนได้เลย
2. Nakdong River Cherry Blossom Walkway
จุดชมดอกพ๊อตกตแม่น้ำนักดง ที่เป็นฟุตบาทและทางรถจักรยานยาวเรียบแม่น้ำนักป่าในปูซาน คุณสามารถเช่าจักรยานมาปั่นแบบชิลๆแล้วก็ชมบรรยากาศไปด้วยก็ได้ ก็จัดว่าได้ลิ้มรสบรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง ในฟิวแบบหนังประเทศเกาหลีเลย
3. Namcheon-dong Cherry Blossom Road
ที่ถนนหนทางบริเวณนัมชอนป่าดงในปูซาน เป็นย่านที่อยู่อาศัยของผู้ที่นี่มีอพาร์ตเมนท์แล้วก็โรงเรียนอยู่ในบริเวณนี้เยอะพอสมควร ที่นี่จะมีการปลูกต้นพ๊อตกตเรียงอยู่เสมอสองฝั่งถนนหนทาง พวกเราสามารถเดินดูได้ตลอดสองฝั่งริมถนน ซึ่งสวยงามเอามากๆเลย
4. Gyeonghwa Station, Jinhae
เมืองนี้เป็นเมืองใกล้กับปูซานซึ่งเป็นเมืองที่มีดอกพ๊อตกตอยู่เยอะมากๆ แถมที่นี่ยังมีเทศกาลงานเทศการที่จัดให้มีขึ้นทุกปีของเมืองอีกด้วย จุดที่ดูดอกพ๊อตกตเป็นสถานีรถไฟคยองฮวา ทัวร์เกาหลี ที่เป็นจุดชมดอกดอกพ๊อตกตต้นๆของประเทศเกาหลีเลยก็ว่าได้ ซึ่งสถานีรถไฟที่นี้ได้หยุดให้บริการไปแล้วตั้งแต่ปี 2006 ทัวร์เกาหลี โดยเหตุนี้คุณสามารถเดินตามทางรถไฟเพื่อถ่ายรูปได้อย่างมาก
5. Yeojwacheon Stream, Jinhae
คลองยอชวาชอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดดูดอกพ๊อตกตยอดฮิตที่สุดของเมืองจินแฮ ถามที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์ประเทศเกาหลีโด่งดังอีกด้วย ซึ่งเมื่อกระจายเสียงซีปรี่ย์ไปแล้วจึงทำให้ตรงนี้แปลงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนประเทศเกาหลีและก็นักท่องเที่ยวอีกด้วย

5 ปราสาทที่งามสวยงามในญี่ปุ่น ที่จะจะต้องจองตั๋วเพื่อมาท่องเที่ยว!!

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีปราสาทมากมายเอามากๆซึ่งมีวังที่เก่าแก่หลายแห่งที่เหลือรอดจากการรบรวมทั้งเภทภัย ต่อให้เป็นพระราชวังที่เก่าแก่แต่ก็ยังมีความสวยงามน่าหลงใหล โน่นก็เพราะได้มีการบูรณะปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมหลายที เพื่อพระราชวังยังคงอยู่ให้คนรุ่นหลังได้สรรเสริญนั่นเอง วันนี้พวกเราจะพาทุกคนมามองกันว่ามีพระราชวังไหนที่ควรจะท่องเที่ยว มาดูกันว่ามีที่แห่งไหนบ้าง
1. พระราชวังฮิโรซากิ
Hirosaki Castle
ตั้งอยู่ที่เมืองฮิโรซากิ ในจังหวัดอาโอโมริ สร้างขึ้นเมื่อปี คริสต์ศักราช 1609 โดย สึการุ โนบุฮิระ ผู้ดูแลแคว้น ต่อมาเมื่อปี้ คริสต์ศักราช 1627 ก็ได้เกิดเหตุไฟลุกก็เลยทำให้ตัวพระราชวังถูกเผาและถูกไม่มีความเอาใจใส่เกือบ 200 ปี จากนั้นก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปีพศ เที่ยวญี่ปุ่น 1810 ซึ่งรูปแบบของตัววังนั้นก่อนหน้านั้นมีอยู่ 5 ชั้น แม้กระนั้นปัจจุบันนี้เหลือเพียงแค่ 3 ชั้นเพียงแค่นั้น รอบๆวังจะถูกโอบล้อมด้วยคลองถึง 5 แบบรวมทั้งจะมีสะพานที่เชื่อมถึงกันในแต่ละลำคลอง
2. ปราสาทสึรุกะ
Tsuruga Castle
คำว่า สึรุกะ มีความหมายว่า นกกระเรียน จึงรู้จักกันในอีกชื่อว่าวังนกกระเรียน ปราสาทที่นี้ตั้งอยู่ที่เมืองไอสุวากามัตสึ ในจังหวัดฟุปะทุชิมะ ทำขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1384 ภายหลังถูกทำลายเสียหายในการสู้รบโบคุ้นชินก็ได้รับการบูรณะใหม่ขึ้นให้มี 5 ชั้น พระราชวังนั้นมีสีขาวสะอาดตารวมทั้งโดดเด่นด้วยกระเบื้องสีแดงแบบเริ่มแรก ด้านในวังนั้นเปิดให้เป็นพิพิธภัณฑสถานเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมวิถีชีวิตของซามูไร หรือศิลป์วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นในสมัยเก่า
3. ปราสาทโทยาม่า
Toyama Castle
ตั้งอยู่แกนกลางจังหวัดโทยาม่า ซึ่งเป็นเมืองที่ติดทะเลของประเทศญี่ปุ่น ตัวพระราชวังนั้นได้โดนล้อมด้วยแม่น้ำจึงทำให้พระราชวังเสมอเหมือนลอยอยู่บนน้ำ ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้ได้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าปราสาทลอยน้ำ ตัววังนั้นมีอยู่ 4 ชั้นซึ่งข้างในมีพิพิธภัณฑ์ให้ได้ท่องเที่ยว เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพระราชวังอีกด้วย
4. ปราสาทคานาซาว่า
Kanazawa Castle
ตั้งอยู่ที่เมืองคานาซาว่า ในจังหวัดอิชิคาว่า ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี คริสต์ศักราช 1583 ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของเครือญาติมาเอดะที่ดูแลดินแดนค้างกะมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานถึง 280 ปี วังที่นี้เคยถูกไฟไหม้ถึง 2 ครั้งแต่ก็ไม่ได้รับการบูรณะจวบจนกระทั่งถูกเพลิงไหม้อีกครั้งใน คริสต์ศักราช1759 ที่ไฟได้ทำความเสียหายจนถึงเกือบทั้งยังหลัง จึงได้มีการซ่อมสร้างปราสาทขึ้นมาใหม่ แต่ว่าตัวในวังจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังมีรอยไฟไหม้ที่ยังมองเห็นได้อยู่
5. พระราชวังนาโกย่า
Nagoya Castle
นับว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองท้องนาโกย่า ในจังหวัดไอจิ ตัววังได้ผลิตมาจากฐานหินขนาดใหญ่ยอดวังก็ประดับโดยการใช้สัตว์ในเทพนิยายที่ตัวเป็นปลาครั้งฟแล้วก็หัวเป็นเสือ ด้านในพระราชวังมีอยู่ทั้งหมด 7 ชั้น ซึ่งได้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเพิ่มของเครื่องใช้สอยของซามูไรแต่ก่อนนั่นเอง